แผนกจักษุ (Ophthalmology Department)
พร้อมให้การดูแล โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ

แผนกจักษุ (Ophthalmology Department)

แผนกจักษุ โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี

“ดูแลสุขภาพดวงตาอย่างตรงจุด เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนและคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย”

การมองเห็นที่พร่ามัว เห็นภาพซ้อน แพ้แสง ปวดตา ตาแดง หรือรู้สึกว่าการมองเห็นลดลง อาจส่งผลต่อการทำงาน การเดินทาง และการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะโรคตาที่พบได้บ่อย เช่น ต้อกระจก ซึ่งทำให้เลนส์ตาขุ่นและการมองเห็นลดลง หรือโรคต้อเนื้อที่อาจค่อย ๆ ลุกลามเข้าสู่กระจกตา ปัญหาดวงตาบางชนิดสามารถดำเนินไปโดยไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก การตรวจวินิจฉัยและได้รับการรักษาในเวลาที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญต่อการดูแลและคงประสิทธิภาพการมองเห็นในระยะยาว

แผนกจักษุ โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัย รักษา และติดตามโรคทางตา โดยจักษุแพทย์ พร้อมเครื่องมือสำหรับการตรวจประเมินสุขภาพดวงตาและวางแผนการรักษาตามข้อบ่งชี้ ครอบคลุมทั้งการรักษาด้วยยา การติดตามอาการ และการผ่าตัด เช่น การผ่าตัดต้อกระจกและการผ่าตัดต้อเนื้อ โดยคำนึงถึงภาวะสุขภาพของดวงตา ความจำเป็นในการรักษา และการใช้ชีวิตของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อช่วยดูแลการมองเห็นอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการตรวจรักษา/คำปรึกษาที่แผนกจักษุ ?

  • ผู้ที่มีการมองเห็นเปลี่ยนแปลง: เช่น ตามัว มองเห็นไม่ชัด เห็นภาพซ้อน แพ้แสง มองเห็นแสงกระจายรอบดวงไฟ หรือรู้สึกว่าการมองเห็นลดลงจนเริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ผู้ที่มีอาการผิดปกติบริเวณดวงตา: เช่น ตาแดง ปวดตา ระคายเคือง น้ำตาไหลผิดปกติ ตาแห้ง หรือมีสิ่งผิดปกติบริเวณเยื่อบุตาและกระจกตาที่เป็นต่อเนื่องหรือกลับมาเป็นซ้ำ
  • ผู้ที่สงสัยต้อกระจกหรือต้อเนื้อ: เช่น มองเห็นมัวคล้ายมีหมอกบัง มองเห็นไม่ชัดในเวลากลางคืน หรือมีเนื้อเยื่อบริเวณตาขาวลุกลามเข้าหากระจกตา ควรได้รับการประเมินเพื่อพิจารณาแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคตา: เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ผู้ที่ใช้ยาบางชนิดต่อเนื่อง มีประวัติโรคตาในครอบครัว หรือเคยได้รับอุบัติเหตุและการผ่าตัดบริเวณดวงตา

ความผิดปกติของดวงตาหลายชนิดอาจมีอาการใกล้เคียงกัน การตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์ช่วยให้สามารถวินิจฉัยสาเหตุและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

ขั้นตอนและการให้บริการของแผนกจักษุ

  1. ซักประวัติและประเมินอาการ: จักษุแพทย์สอบถามลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ ประวัติโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ ประวัติโรคตา การผ่าตัด หรืออุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับดวงตา
  2. ตรวจประเมินการมองเห็นและสุขภาพดวงตา: ตรวจระดับการมองเห็นและส่วนประกอบต่าง ๆ ของดวงตาตามข้อบ่งชี้ เพื่อค้นหาความผิดปกติและประเมินความรุนแรงของโรค
  3. ตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมตามความเหมาะสม: แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์สำหรับดวงตา การขยายม่านตาเพื่อตรวจจอประสาทตา หรือการตรวจอื่นตามอาการและข้อบ่งชี้
  4. วินิจฉัยและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล: นำข้อมูลจากการตรวจมาประเมินร่วมกัน เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งอาจเป็นการใช้ยา การปรับพฤติกรรม การติดตามอาการ หรือการพิจารณาผ่าตัด
  5. ให้การรักษาหรือผ่าตัดตามข้อบ่งชี้: สำหรับผู้ป่วยที่มีต้อกระจกหรือต้อเนื้อและมีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด จักษุแพทย์จะประเมินความพร้อม อธิบายแนวทางการรักษา ประโยชน์ และความเสี่ยงก่อนวางแผนการผ่าตัด
  6. ดูแลหลังการรักษาและผ่าตัด: ให้คำแนะนำเรื่องการใช้ยา การดูแลดวงตา การป้องกันการติดเชื้อ การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจกระทบต่อแผล และการสังเกตอาการผิดปกติหลังการรักษา
  7. ติดตามผลการรักษาและการมองเห็น: นัดติดตามเพื่อประเมินการฟื้นตัว ตรวจการมองเห็น และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพดวงตาในระยะยาว

ทำไมต้องเลือกแผนกจักษุ โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี ?

  • ✓ ดูแลโดยจักษุแพทย์: ให้บริการตรวจประเมิน วินิจฉัย วางแผนรักษา และติดตามโรคทางตา โดยพิจารณาจากความผิดปกติของดวงตาและภาวะสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย
  • ✓ พร้อมด้วยเครื่องมือช่วยตรวจวินิจฉัยและการรักษา: รองรับการตรวจสุขภาพดวงตาและการประเมินความผิดปกติตามข้อบ่งชี้ รวมถึงการวางแผนรักษาด้วยการผ่าตัดต้อกระจกและผ่าตัดต้อเนื้ออย่างเหมาะสม
  • ✓ มุ่งเน้นผลการรักษาและคุณภาพการมองเห็น: ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพดวงตา การคงประสิทธิภาพการมองเห็น และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจวัตรและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

Q&A คำถามที่พบบ่อย

Q: ต้อกระจกมีอาการอย่างไร และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์?

A: ต้อกระจกเกิดจากเลนส์แก้วตาขุ่น ทำให้การมองเห็นค่อย ๆ ลดลง ผู้ป่วยอาจมีอาการตามัว มองเห็นสีไม่ชัด แพ้แสง เห็นแสงกระจายรอบดวงไฟ หรือมองเห็นในเวลากลางคืนได้ยากขึ้น หากการมองเห็นเริ่มลดลงหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ควรพบจักษุแพทย์เพื่อประเมินความรุนแรงและพิจารณาแนวทางการรักษา

Q: ต้อกระจกจำเป็นต้องผ่าตัดทุกคนหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทันทีในผู้ป่วยทุกคน หากต้อกระจกยังไม่ส่งผลต่อการมองเห็นและการใช้ชีวิตมาก อาจติดตามอาการตามคำแนะนำของแพทย์ แต่เมื่อความขุ่นของเลนส์ทำให้การมองเห็นลดลงจนกระทบต่อกิจวัตร เช่น การอ่านหนังสือ การขับรถ หรือการทำงาน จักษุแพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดตามความเหมาะสม

Q: การผ่าตัดต้อกระจกช่วยให้กลับมามองเห็นชัดขึ้นได้อย่างไร?

A: การผ่าตัดต้อกระจกเป็นการนำเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์แก้วตาเทียมทดแทน เพื่อให้แสงสามารถผ่านเข้าสู่ดวงตาได้ดีขึ้น โดยผลด้านการมองเห็นหลังผ่าตัดขึ้นอยู่กับสุขภาพของกระจกตา จอประสาทตา เส้นประสาทตา และโรคตาอื่นที่อาจพบร่วมกัน จักษุแพทย์จะตรวจประเมินก่อนผ่าตัดเพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสม

Q: ต้อเนื้อจำเป็นต้องผ่าตัดเมื่อใด?

A: ต้อเนื้อขนาดเล็กที่ยังไม่มีอาการมากอาจดูแลด้วยการหลีกเลี่ยงฝุ่น ลม และแสงแดด รวมถึงใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ แต่หากต้อเนื้อลุกลามเข้าสู่กระจกตา ส่งผลต่อการมองเห็น ทำให้เกิดสายตาเอียง มีอาการระคายเคืองเรื้อรัง หรือมีข้อบ่งชี้อื่น จักษุแพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัด

Q: หลังผ่าตัดต้อกระจกหรือต้อเนื้อควรดูแลตัวเองอย่างไร?

A: ควรใช้ยาหยอดตาตามแพทย์สั่ง รักษาความสะอาดบริเวณดวงตา หลีกเลี่ยงการขยี้ตาและป้องกันไม่ให้น้ำหรือสิ่งสกปรกเข้าตาตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ รวมถึงหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนดวงตา หากมีอาการปวดตามาก ตาแดงมากขึ้น มีขี้ตาผิดปกติ หรือการมองเห็นลดลงอย่างรวดเร็ว ควรติดต่อโรงพยาบาลหรือเข้ารับการตรวจโดยเร็ว

แพทย์ประจำศูนย์