ดูแลสุขภาพ ผู้สูงอายุ… ในหน้าหนาว

12 ม.ค. 2564 | เขียนโดย ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

สำหรับผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพโดยรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้ามีความหนาเพียงพอ ห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็น ออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำ เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย กินอาหารร้อนๆ หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวัน ดื่มน้ำอุ่นวันละ 6-8 แก้ว และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (ประมาณ 7-9 ชั่วโมง)



สำหรับผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพโดยรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้ามีความหนาเพียงพอ ห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็น ออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำ เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย กินอาหารร้อนๆ หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวัน ดื่มน้ำอุ่นวันละ 6-8 แก้ว และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (ประมาณ 7-9 ชั่วโมง)

หากผู้สูงอายุ ที่ต้องเดินทางไปในที่มีอากาศหนาวเย็น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเตรียมตัวและเตรียมยาที่จำเป็นให้พร้อมก่อนการเดินทาง

 

โรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ

โรคติดต่อทางเดินหายใจ

เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดง่ายในฤดูนี้ และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อ

การป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ

ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด มีผู้คนมาก และเลี่ยงที่ที่มีการระบายอากาศไม่ดี  เช่น โรงภาพยนตร์ แหล่งการค้าขายที่มีคนอยู่หนาแน่น ที่สำคัญควรล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการได้รับเชื้อโรคจากผู้อื่น งดสูบบุหรี่จะช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของการติดเชื้อในทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย และหากมีผู้ป่วยในบ้าน ควรให้ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัยและ ห้ปิดปากด้วยผ้าหรือกระดาษเช็ดหน้าเวลาไอหรือจาม

 

การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละครั้งได้ผลดี โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เช่น ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น

 

หากผู้สูงอายุเริ่มมีอาการของไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ควรใส่เสื้อผ้านุ่งห่มที่หนาและอบอุ่นพอ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีอากาศเย็น  นอนพักผ่อนให้มากๆ และดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ  หากมีอาการไข้สูง  ตัวร้อนมาก ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวหรือกินยาลดไข้  หากอาการไม่ดีขึ้น  มีอาการไอมากขึ้น หรือมีไข้สูงนานเกิน 5 วัน  โดยเฉพาะถ้าหากหายใจเร็ว  หอบเหนื่อย หรือหายใจมีเสียงดัง  ควรรีบพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจรักษา เพราะอาจเกิดโรคแทรกซ้อน  เช่น  ปอดอักเสบติดเชื้อ  ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ปัญหาเรื่องผิวหนัง

เช่น ผิวแห้ง ผื่นผิวหนังอักเสบและคัน  เนื่องจากผู้สูงอายุมีไขมันใต้ผิวหนังน้อย  และต่อมไขมันทำงานลดลงตามอายุ  จึงมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย โดยเฉพาะในฤดูหนาวซึ่งอากาศแห้ง และมีความชื้นในอากาศน้อย  ยิ่งเมื่ออาบน้ำอุ่นจัดก็จะยิ่งชะล้างไขมันที่ผิวหนังออกไปอีก  สำหรับปัญหาเรื่องผิวหนัง ควรให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ใส่เสื้อผ้าหนาๆ  ไม่อาบน้ำนานๆ  และควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิวหลังอาบน้ำ และเช็ดตัวพอหมาดๆ ทุกครั้ง  เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง  สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ง่ายควรใช้โลชั่นประเภทที่ใช้กับผิวเด็กอ่อน จะปลอดภัยกว่า และควรทาวันละหลายๆ ครั้ง เพราะสารเคลือบผิวจะหลุดลอกออกได้เมื่อเวลาผ่านไป ในกรณีที่มีปัญหาริมฝีปากแตก ไม่ควรเลียริมฝีปาก แนะนำให้ทาด้วยลิปสติกมันบ่อยๆ

การกำเริบรุนแรงของโรคในระบบไหลเวียนเลือด

เนื่องจากผู้สูงอายุมักจะไม่ได้ ออกกำลังกายในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น  การกินอาหารที่มีไขมันสูง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น ในช่วงอากาศหนาว  ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจมีความต้องการออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น  หากมีโรคของระบบไหลเวียนเลือดอยู่เดิม  เช่น  โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ  และโรคหลอดเลือดสมอง  อาจทำให้โรคเดิมเหล่านี้กำเริมขึ้นได้  ยังพบว่าผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้วอาจมีความดันโลหิตสูงขึ้นได้ในฤดูนี้อีกด้วย  ดังนั้น ผู้สูงอายุจึงควรดูแลรักษาให้ร่างกายอบอุ่นสม่ำเสมอ ระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเมื่อรู้สึกว่าโรคเดิมมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น บวม รู้สึกเหนื่อยง่าย หรือเจ็บแน่นหน้าอกในขณะที่ออกแรง

ภาวะที่อุณหภูมิของร่างกายลดลงมากผิดปกติ 

สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในชนบทห่างไกลที่อากาศหนาวจัดต้องระวังภาวะนี้ เนื่องจากประสาทรับรู้อากาศที่หนาวเย็นที่ผิวหนังของผู้สูงอายุมีความไวลดลง ร่างกายไม่สามารถตอบสนองด้วยการหนาวสั่น หรือการหดตัวของกล้ามเนื้อ เพื่อให้เกิดความอบอุ่นได้ดีเหมือนคนหนุ่มสาว ระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหลอดเลือดที่ผิวหนังไม่ให้สูญเสียความร้อนจากร่างกายก็เสื่อมลง

ปวดข้อ

โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาปวดข้อเรื้อรัง เมื่อมีอากาศที่หนาวเย็น อาจกระตุ้นให้เกิดโรคข้ออักเสบ เช่น โรคเกาต์ มีอาการรุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น การรักษาความอบอุ่นให้ร่างกายจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการกำเริบของโรคปวดข้อหรือ โรคข้ออักเสบต่างๆ

 โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว  ควรหมั่นดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีตลอดเวลาเพื่อเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด

 

ปรึกษาและนัดพบแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง ได้ที่ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลสินแพทย์ สาขาใกล้บ้านคุณ

โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา 

โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์

โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ 

โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์

โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี

SHARE