ต่อมน้ำลายอักเสบ…เกิดจากอะไร ? (Parotitis)

3 เม.ย. 2569 | เขียนโดย โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

ต่อมน้ำลายอักเสบ เกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือมีนิ่วอุดตัน ทำให้บวมปวดบริเวณหน้าใบหู ควรรีบตรวจรักษาเพื่อความปลอดภัย



โรคต่อมน้ำลายอักเสบ (Parotitis) คือ ภาวะที่มีการอักเสบของต่อมน้ำลายข้างหู (Parotid gland) ซึ่งเป็นต่อมน้ำลายที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ตั้งอยู่บริเวณหน้าและใต้ใบหูทั้งสองข้าง ต่อมนี้ทำหน้าที่ผลิตน้ำลายเพื่อช่วยในการย่อยอาหารและปกป้องช่องปากจากเชื้อโรค

ต่อมน้ำลายอักเสบเกิดจากอะไร ?

ต่อมน้ำลายอักเสบมีสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้

 

  • การติดเชื้อไวรัส โดยเชื้อไวรัสที่พบบ่อยที่สุดคือ เชื้อคางทูม (Mumps) พบได้ในเด็กหรือผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันคางทูม นอกจากนี้ยังมีไวรัสอื่นๆ เช่น Influenza virus, EBV, CMV, Parainfluenza, HIV
  • การติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อที่พบบ่อย ได้แก่ Staphylococcus aureus, Streptococcus spp. พบบ่อยในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ขาดน้ำ ช่องปากไม่สะอาด
  • นิ่วในต่อมน้ำลาย ไปอุดกั้นท่อน้ำลาย ทำให้น้ำลายคั่งจนเกิดการอักเสบและติดเชื้อตามมา
  • โรคของระบบภูมิคุ้มกัน เช่น กลุ่มอาการโจเกรน (Sjögren’s syndrome) ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันทำลายต่อมน้ำลายตนเอง มักพบในผู้หญิงวัยกลางคน
  • สาเหตุอื่น ๆ เช่น การได้รับรังสีรักษาบริเวณใบหน้า ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด การผ่าตัดบริเวณใบหน้า

อาการของต่อมน้ำลายอักเสบเป็นอย่างไร ?

  • บวมบริเวณหน้าใบหูหรือใต้กรามอาจเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง
  • ปวดบริเวณต่อมน้ำลาย โดยเฉพาะขณะเคี้ยวอาหาร เคี้ยวหรืออ้าปากลำบาก
  • ปากแห้ง น้ำลายลดลง การรับรสผิดปกติ
  • ไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย

กรณีติดเชื้อแบคทีเรีย มักมีอาการแดงร้อน กดเจ็บมาก อาจมีหนองไหลออกจากรูเปิดท่อน้ำลายในกระพุ้งแก้ม

 

การวินิจฉัยต่อมน้ำลายอักเสบทำอย่างไร ?

  1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย : ตรวจดูอาการบวม กดเจ็บ ลักษณะของน้ำลาย
  2. การตรวจทางห้องปฏิบัติการ : การตรวจเลือดหาค่าการอักเสบ การตรวจหาเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย การเพาะเชื้อจากหนองหรือน้ำลาย การตรวจแอนติบอดีสำหรับโรคภูมิคุ้มกัน
  3. การตรวจทางรังสี : การตรวจ Ultrasound เพื่อดูการอักเสบ ฝี หรือนิ่ว การตรวจ CT scan หรือ MRI เพื่อประเมินรอยโรคที่ซับซ้อน

การรักษาต่อมน้ำลายอักเสบทำอย่างไร ?

การรักษาขึ้นกับสาเหตุของโรค ดังนี้

 

1. สาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส

  • รักษาตามอาการ ให้ยาแก้ปวดลดไข้ ไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ
  • ประคบอุ่นเพื่อบรรเทาอาการ

2. สาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

  • การให้ยาปฏิชีวนะ กรณีอาการรุนแรงหรือมีหนองอาจต้องให้ยาทางหลอดเลือดดำ
  • การผ่าตัดระบายหนอง หากมีโพรงฝี
  • ดื่มน้ำมาก ๆ
  • ประคบอุ่นเพื่อบรรเทาอาการ

3. สาเหตุจากโรคภูมิคุ้มกัน

  • การใช้น้ำตาเทียม น้ำลายเทียม
  • ยากระตุ้นการสร้างน้ำลาย
  • การให้ยากดภูมิคุ้มกันตามความจำเป็น

4. สาเหตุจากกรณีมีนิ่วอุดตัน

  • นิ่วขนาดเล็ก รักษาโดยการกระตุ้นน้ำลาย นวดต่อมน้ำลาย
  • นิ่วขนาดใหญ่ ทำการส่องกล้องหรือผ่าตัดนำนิ่วออก

ต่อมน้ำลายอักเสบป้องกันได้อย่างไร ?

  1. ฉีดวัคซีนป้องกันคางทูม
  2. ดูแลสุขอนามัยช่องปาก แปรงฟันบ้วนปากให้สะอาดเสมอ
  3. ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงภาวะขาดน้ำ

 

ต่อมน้ำลายอักเสบเป็นโรคที่พบได้ในทุกช่วงอายุ มีสาเหตุหลากหลายตั้งแต่การติดเชื้อไวรัส การติดเชื้อแบคทีเรีย ไปจนถึงโรคภูมิคุ้มกัน การได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็วมีความสำคัญ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงได้​​​​​​​​​​​​​​​​

SHARE