เฝ้าระวัง 6 โรคเกี่ยวกับหู คอ จมูก ที่มีโอกาสเป็นได้ตลอดทั้งปี

27 ธ.ค. 2567 | เขียนโดย โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์

โรคหูคอจมูก ทั้งไข้หวัด ไซนัส หรือภูมิแพ้ เป็นโรคที่พบได้ตลอดปี ควรรู้อาการและวิธีดูแลตนเองอย่างถูกต้องเพื่อสุขภาพที่ดี



เฝ้าระวัง 6 โรคเกี่ยวกับหู คอ จมูก ที่มีโอกาสเป็นได้ตลอดทั้งปี

หนึ่งในเรื่องจริงที่เรานั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของระบบร่างกาย นั่นคือ อาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา และเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่คนที่คิดว่าตัวเองดูแลสุขภาพมาเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม ความรุนแรงและตัวโรคก็จะเกิดขึ้นแตกต่างกันไป โรคที่สามารถเป็นได้ตลอดทั้งปี ที่คนทั่วไปเป็นกันมากที่สุดได้แก่กลุ่มโรค หู คอ จมูก ในวันนี้สินแพทย์ เทพารักษ์ จะพาทุกคนไปเฝ้าระวังกับ 6 โรค ที่มีโอกาสเป็นได้ตลอดทั้งปี พร้อมทั้งอาการ วิธีการรักษา รวมถึงวิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคดังกล่าว เพื่อการใช้ชีวิตให้มีประสิทธิภาพ และคุณภาพในทุกวัน

 

โรคไข้หวัด

โรคไข้หวัด เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจ โดยเชื้อที่พบบ่อยในผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัดจะเจอเชื้อ “โรโนไวรัส” อัตราป่วยในผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 2-3 ครั้ง/ปี ส่วนเด็กเล็กจะป่วยไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง/ปี สามารถแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสโดยตรง สัมผัสกับผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น ลูกบิดประตูหรือโทรศัพท์ รวมถึงการสูดละออง อากาศ หรือที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ว่าติดผ่านการ ไอ และการจาม  

 

อาการ

อาการของโรคไข้หวัด มีค่าเฉลี่ยการป่วยอยู่ที่ 10 วัน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้

  • ระยะที่ 1 : ใน 3 วันแรก จะรู้สึกระคายคอ จาม มีน้ำมูก คัดจมูก เริ่ม ๆ ไอ
  • ระยะที่ 2 : วันที่ 4-6 จะเริ่มมีอาการแย่ลง อ่อนเพลียมากขึ้น ปวดหัว มีไข้ต่ำ ๆ ในบางรายมีอาการหวัดลงคอร่วมด้วย

 ระยะที่ 3 : และในช่วงวันที่ 7-10 อาการเริ่มดีขึ้นแล้ว แต่ยังคงมีอาการไออยู่ ซึ่งอาการไอ อาจจะอยู่ยาวนานเป็นหลักเดือน และจะค่อย ๆ หายไปเอง แต่ในกรณีที่ถ้าจู่ ๆ กลับมามีไข้ แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรคเพิ่มเติม เพราะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น หลอดลมอักเสบ ปอดบวม หรือไซนัสอักเสบ เป็นต้น

 

วิธีรักษา

วิธีรักษา หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน และอาการของโรคดีขึ้นภายใน 7-10 วัน ไม่ต้องทำการรักษาใด ๆ เพียงแค่พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะ ๆ วันละ 7-8 แก้ว และควรล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเพื่อช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ ข้อสำคัญไม่ควรรับประทานยาปฏิชีวนะ เพราะยากลุ่มนี้เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไม่ใช่ฆ่าเชื้อไวรัสที่เกิดจากหวัด และไม่ควรซื้อยามาทานเอง

 

โรคไซนัส

โรคไซนัส หรือไซนัสอักเสบ ส่วนใหญ่จะเกิดตามหลังจากที่เป็นหวัด นอกจากนี้ยังพบในผู้ที่เป็นภูมิแพ้ ริดสีดวงจมูก ต่อมอะดินอยด์โตและเกิดการติดเชื้อ ผนังจมูกคด รวมถึงโรคที่ไม่ค่อยไม่คนคิดถึง คือ ฟันกรามแถวบนอักเสบ

 

อาการ

อาการไซนัส คล้ายกับเป็นไข้หวัด คือ คัดจมูก มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดขมับ ปวดท้ายทอด รู้สึกหนักศีรษะ ไอบ่อยกว่าปกติ หากเป็นไซนัสแบบรุนแรงจะมีไข้สูง ร่วมกับตาบวมอักเสบ

 

วิธีรักษา

วิธีรักษา ไซนัสสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ โดยจ่ายยาให้รับประทานตั้งแต่ 5-10 วัน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค และถ้าไม่ดีขึ้น หรือเป็นแล้วกลับมาเป็นซ้ำอยู่บ่อย ๆ แพทย์อาจจะพิจารณาให้รักษาด้วยการผ่าตัด

 

โรคหูชั้นกลางอักเสบ

โรคหูชั้นกลางอักเสบ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโรคที่เกิดจากการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน และพบได้ในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กเล็ก ท่อยูสเตเซียนจะสั้น ตั้งอยู่ในแนวขนานและแนวราบ ทำให้เชื้อโรคเข้าไปยังหูชั้นกลางได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ โดยเด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้จะพบในช่วงอายุ 6-20 เดือน  

 

อาการ

อาการของโรคหูชั้นกลางอักเสบ ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดหูข้างที่เป็น พร้อมกับมีไข้ เด็กเล็กจะกระวนกระวาย ทานอาหารได้ลดลง ในผู้ใหญ่จะรู้สึกแน่น หรือมีเสียงดังในหูได้ นอกจากนี้ยังมีเยื่อแก้วหูแดง บวม ในบางรายหากรุนแรงอาจจะทำให้เยื่อแก้วหูทะลุได้

วิธีรักษา

วิธีการรักษา สามารถทำได้ 2 วิธี คือ รักษาด้วยยาปฏิชีวนะเป็นเวลา 10-14 วัน ยาแก้ปวด ยาลดบวม ยาหดหลอดเลือด เพื่อช่วยให้เยื่อบุบริเวณรูเปิดของท่อยูสเตเซียนบวมลดลง ในบางรายที่รุนแรง เช่น มีหนอง แพทย์จะแนะนำให้เจาะเยื่อแก้วหูและระบายเอาหนองออก โดยเยื่อแก้วหูจะปิดได้เองภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์

 

โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ มาจากปัญหาของภูมิคุ้มกันไวเกิน ทำให้มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่พบเจอได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ฝุ่นละออง อาการ ขนสัตว์ รวมถึงเกสรดอกไม้ ในคนที่ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันปกติ จะไม่เป็นอะไรเมื่อสัมผัสกับปัจจัยดังกล่าว 

 

อาการ

อาการของภูมิแพ้แบ่งหมวดย่อย ๆ ได้อีก 4 หมวด ดังนี้

  • ทางเดินหายใจ : คัดจมูก จาม ไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด มาพร้อมกับโรคหืด
  • ผิวหนัง : มีผื่นแดง ผื่นคัน ผื่นเรื้อรัง มักเกิดบริเวณลำคอ แขน และขา ในบางรายอาจจะขึ้นที่ใบหน้าร่วมด้วย
  • ดวงตา : ตาแดง ตาบวม คันตา ขี้ตาเยอะกว่าปกติ และเยื่อบุตาอักเสบ

อาหารกับยา :  การแพ้ในหมวดนี้ จะเกิดผื่นคันที่คล้ายกับลมพิษ หน้าบวม แน่นคอ หายใจติดขัด ในบางรายหากแพ้หนักมากอาจอันตรายถึงชีวิต

 

วิธีรักษา

วิธีรักษา สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้แพ้ ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ แนะนำให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ เพื่อล้างสารที่เป็นต้นเหตุของภูมิแพ้ กับอีกวิธี คือ ฉีดวัคซีนรักษาโรคภูมิแพ้ วิธีนี้เป็นการรักษาถึงต้นเหตุ เน้นปรับภูมิคุ้มกันให้หายจากการแพ้ แต่จะต้องรักษาต่อเนื่อง โดยมีแพทย์คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

 

โรคคออักเสบ

โรคคออักเสบ เกิน 90% มาจากเชื้อไวรัสต่าง ๆ ผ่านทางอากาศ เข้าสู่ร่างกาย หรือมีการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโดยตรง และมีสาเหตุที่คาดเดาว่าจะเป็นผลที่ทำให้เกิดคออักเสบได้เช่นกัน คือ อากาศเย็น กล้ามเนื้อตึง กรดไหลย้อน เป็นไซนัสบ่อย มีเนื้องอก และอยู่ร่วมกับผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด เป็นต้น    

 

อาการ

อาการคออักเสบจะรู้สึกเจ็บคอเพียงเล็กน้อย แต่จะไม่เจ็บคอเมื่อกลืนน้ำหรืออาหาร และมักจะมาพร้อมกับอาการไข้หวัด

วิธีรักษา

วิธีรักษาโรคนี้ สามารถหายเองได้ภายใน 1 สัปดาห์ แต่ถ้าหากว่าคออักเสบนั้นเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ก็มีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพายาปฏิชีวนะด้วย นอกจากนี้ระหว่างรักษาควรดื่มน้ำอุ่นร่วมด้วย

 

โรคทอนซิลอักเสบ

โรคสุดท้ายของกลุ่มหู คอ จมูก ที่สามารถพบว่าป่วยได้ตลอดปี คือ โรคทอนซิลอักเสบ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย “สเตร็ปโคคอกคัส ชนิด A” สายพันธุ์ที่กระตุ้นการคออักเสบโดยเฉพาะ โดยมักจะพบได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยรุ่น ส่วนผู้ใหญ่ไม่ค่อยพบ เพราะเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ ระบบภูมิคุ้มกันของต่อมทอนซิลลดลงไปแล้ว

 

อาการ

อาการของต่อมทอลซินอักเสบ มักจะรู้สึกเจ็บคอร้าวไปถึงหู กลืนยาก กลืนลำบากกว่าเดิม ปวดศีรษะ เสียงแหบ ปวดท้อง ต่อมทอนซิลบวม มีเมือกสีขาว มีเมือกสีเหลืองเคลือบอยู่บริเวณของต่อมทอนซิล และต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณคอ

 

วิธีรักษา

สำหรับโรคนี้แพทย์จะแนะนำให้นอนพักผ่อนเยอะ ๆ ดื่มน้ำอุ่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับคอ เลี่ยงการอยู่ในสถานที่ ๆ มีควันบุหรี่ และสุดท้ายปรึกษาแพทย์หากต้องการการบรรเทาการเจ็บคอและต้องการลดไข้

 

หู คอ จมูก สินแพทย์

 

วิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคเกี่ยวกับ หู คอ จมูก

วิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคเกี่ยวกับ หู คอ จมูก สามารถทำได้ ดังนี้

  • ล้างมือบ่อย ๆ หลังใช้ห้องน้ำ หรือหลังสัมผัสกับสิ่งสกปรก เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ดูแลความสะอาดของใช้ส่วนตัว เช่น หูฟัง หมอน ผ้าห่ม เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ ๆ มีมลพิษ ทั้งฝุ่นละออง ควันบุหรี่ ควันพิษ ที่ส่งผลโดยตรงต่อการระคายเคืองจมูกและลำคอ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับลำคอได้
  • สวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในที่ ๆ มีฝุ่นเยอะมาก ๆ หรือช่วงที่พบการระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ 
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ จะช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของการเกิดโรคหู คอ จมูกได้

 

รักษาโรคครบวงจร ต้องที่ศูนย์ หู ตา คอ จมูก สินแพทย์ เทพารักษ์

รักษาโรคครบวงจร ต้องที่ศูนย์ หู ตา คอ จมูก ที่นี่เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมดูแลและใส่ใจผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด แถมยังมีแพ็กเกจฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สำหรับเด็กและผู้ใหญ่ในราคาที่เอื้อมถึง กับแพ็กเกจวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ (แบบ1เข็ม) ราคา 900 บาท มองหาโรงพยาบาล ในจังหวัดสมุทรปราการ ต้องสินแพทย์ เทพารักษ์ โรงพยาบาลเอกชนที่ได้มาตรฐานในระดับสากล

SHARE