ภายหลังการติดเชื้อ แม้โควิดอาการจะบรรเทาหรือหายดีแล้ว แต่หลายคนยังคงประสบกับปัญหาสุขภาพที่หลงเหลืออยู่ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ภายใน 1-3 เดือนหลังการติดเชื้อ แพทย์จึงแนะนำให้ผู้ป่วยที่หายแล้วเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด เพื่อค้นหาผลกระทบระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นต่ออวัยวะต่าง ๆ เช่น การตรวจหาพังผืดในปอด (CT Scan), การประเมินการทำงานของตับและไต, การวัดประสิทธิภาพหัวใจ (Echocardiogram) และการคัดกรองความเสี่ยงลิ่มเลือด (D-dimer) อาการเหล่านี้มักเกี่ยวข้องกับภาวะลองโควิด (Long Covid) หรือ Post Covid Syndrome ซึ่งแม้จะหายจากการติดเชื้อแล้ว แต่อาจยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้
รู้ทัน โควิดอาการหายดีแล้ว แต่อาจยังเสี่ยงภาวะ Long Covid
ภาวะลองโควิด หรือ อาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19 การติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลต่อร่างกายในแต่ละคน มากน้อยแตกต่างกันไป
บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงขณะรับการรักษา บางรายหลังรักษาหายแล้วอาจยังมีอาการ หรือความผิดปกติต่างๆ หลงเหลืออยู่
และอาการต่างๆ อาจเป็นอยู่นานมากถึง 3 เดือนหลังการรักษา อาการต่างๆ เหล่านี้ เรียกว่า Long Covid
(ลองโควิด) หรือ Post Covid Syndrome (โพสโควิดซินโดรม) ซึ่งพบได้บ่อย 30% – 80%
ในผู้ป่วยที่หายจากการติดเชื้อโควิดแล้ว
สารบัญ
- ใครบ้างที่มีความเสี่ยงจะมี ภาวะลองโควิด หรือ อาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19 หรือ
มีอาการ Long Covid (ลองโควิด) ? - ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในผู้ป่วยติดเชื้อโควิด
- อาการที่พบบ่อยหลังการติดเชื้อโควิด ภาวะลองโควิด หรือ อาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19 ?
- ผู้ป่วยหลังหายจากโควิดแล้วควรทำอย่างไร ?
- โควิดสายพันธุ์ใหม่ XEC
- สังเกต อาการโควิด
- กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง โควิด
- การป้องกันตัวเองให้รอดจาก โควิดสายพันธุ์ใหม่ XEC
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงจะมี ภาวะลองโควิด หรือ อาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19 หรือ มีอาการ
Long Covid (ลองโควิด) ?
- ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงขณะติดเชื้อ ผู้ที่มีปอดอักเสบ
- ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรังอื่นๆร่วมด้วย เช่น เบาหวาน
- ผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานต่ำ
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน
- ผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน
ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ในผู้ป่วยติดเชื้อโควิด
- ปอดอักเสบและเกิดพังผืดในเนื้อปอด
- หลอดเลือดหัวใจอุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
- ตับอักเสบ
- การทำงานของไตบกพร่อง
- ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน
- การติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราแทรกซ้อน
- ความผิดปกติของระบบประสาท
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง จากการนอนในโรงพยาบาลเป็นเวลานาน
- ภาวะซึมเศร้า โรคเครียด หลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง โรคนอนไม่หลับ
อาการที่พบบ่อยหลังการติดเชื้อโควิด ภาวะลองโควิด หรือ อาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19
?
- เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม
- อ่อนเพลีย
- ปวดเมื่อยตามตัว ปวดตามข้อ
- กล้ามเนื้อไม่มีแรง
- ไอเรื้อรัง
- การรับรสและได้กลิ่นผิดปกติ
- รู้สึกเหมือนมีไข้
- ปวดศีรษะ มึนศีรษะ
- นอนไม่หลับ
- ความจำไม่ดี ไม่มีสมาธิ
- มีภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า เครียด
- ใจสั่น แน่นหน้าอก
- ท้องเสีย ท้องอืด
ผู้ป่วยหลังหายจากโควิดแล้วควรทำอย่างไร ?
- สังเกตอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอมากขึ้น แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย
ถ้ามีอาการผิดปกติหรือรู้สึกอาการแย่ลงหลังกลับไปอยู่บ้าน
ควรรีบกลับมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุซึ่งอาจเป็นอันตรายและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เช่น
ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ลิ่มเลือดในปอดอุดตัน
- มาตรวจติดตามการรักษาตามที่แพทย์นัด โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการรุนแรงขณะติดเชื้อ เช่น เชื้อลงปอด หรือ
ผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่นๆ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จำเป็นต้องมาติดตามการรักษาและรับการดูแลจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง
- ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้ครบตามกำหนด โดยรับการฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่ 4 -12 สัปดาห์ หลังจากหายป่วยแล้ว
- ถึงแม้หลังการติดเชื้อโควิดแล้ว ร่างกายของผู้ป่วยจะสร้างภูมิต้านทานตามธรรมชาติขึ้นและมักจะไม่ติดเชื้อโควิดซ้ำในช่วง
1-3 เดือนแรกหลังหายป่วย แต่ภูมิต้านทานนี้จะค่อยๆลดลงและไม่ได้คงอยู่ตลอดไป ทำให้มีโอกาสติดเชื้อซ้ำได้อีกในอนาคต
ดังนั้นยังต้องดูแลตนเอง เว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมใส่หน้ากากอนามัยเช่นเดียวกับคนทั่วไป
โควิดสายพันธุ์ใหม่ XEC
โควิดสายพันธุ์ XEC เป็นสายพันธุ์ย่อยที่เพิ่งถูกพบล่าสุด
มีการกลายพันธุ์บางจุดที่ทำให้แพร่กระจายได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์ก่อน ๆ
จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อาการของผู้ติดเชื้อมีได้ทั้งแบบชัดเจนและแบบไม่รุนแรง
บางรายมีอาการคล้ายไข้หวัด เช่น ไข้ต่ำ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย หรือแทบไม่มีอาการเลย หลายคนแทบไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ
จึงเสี่ยงแพร่ต่อให้คนรอบข้าง แม้อาการส่วนใหญ่จะคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่สำหรับกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ
หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงเกิดภาวะลองโควิดตามมาในระยะยาว
จึงควรติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
สังเกต อาการโควิด
การสังเกตโควิดอาการตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น อาการที่พบบ่อย ได้แก่
– ไข้สูงหรือมีไข้ต่ำ ๆ ต่อเนื่อง
– ไอแห้งหรือไอมีเสมหะ
– เจ็บคอ ระคายคอ
– เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย
– ปวดกล้ามเนื้อหรือปวดเมื่อยตามตัว
– สูญเสียการรับรสหรือกลิ่น
– บางรายอาจมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียนได้
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวัง โควิด
แม้ทุกคนสามารถติดโควิดได้ แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงและภาวะลองโควิดมากกว่า ได้แก่
1.ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง
2.ผู้มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
3.ผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษา
4.หญิงตั้งครรภ์ เสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทั้งแม่และทารก
5.ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับไม่ครบโดส
6.เด็กที่มีอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี
7.ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วน
การป้องกันตัวเองให้รอดจาก โควิดสายพันธุ์ใหม่ XEC
เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ XEC ควรปฏิบัติดังนี้
– สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ
– ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลบ่อย ๆ
– หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดหรือมีการระบายอากาศไม่ดี
– รับวัคซีนโควิด-19 ครบตามคำแนะนำของแพทย์
– รักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการพักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์
การป้องกันตั้งแต่ต้นไม่เพียงช่วยลดโอกาสติดเชื้อ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะลองโควิดอีกด้วย
ในผู้ป่วยที่รักษาโควิด หายแล้ว 1-3 เดือน แนะนำการตรวจสุขภาพ เพื่อหาผลข้างเคียงระยะยาวจาการติดเชื้อ
ดูว่ามีอวัยวะส่วนใดถูกทำลายจากการติดเชื้อ ในโปรแกรมการตรวจ ประกอบด้วย
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอดเพื่อดูพังผืดในปอดหลังการติดเชื้อ ตรวจเลือดดูการทำงานของตับและไต
ตรวจดูการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนเป็นภาพหัวใจ(Echocardiogram)
ตรวจเลือดดูค่าสารบ่งชี้การอุดตันของหลอดเลือดดำ (D-dimer)
หากผู้ที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 แล้วยังมีอาการที่กล่าวมา แนะนำให้พบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
เนื่องจากบางรายอาจเป็นผลจากตัวยาที่ใช้ในการรักษา หรือบางรายอาจจะมีโรคอื่น ๆ ร่วมด้วย
จึงต้องมีการตรวจเพิ่มเติมและทำการรักษาให้ตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้น และยังมีความเป็นไปได้ในผู้หายป่วยแล้ว
บางรายอาจจะติดเชื้อโควิด 19 ซ้ำได้ โดยเฉพาะการติดเชื้อที่ต่างไปจากสายพันธุ์เดิม แต่อาจไม่แสดงอาการชัดเจน
ดังนั้นผู้ป่วยโควิด 19 แม้หายป่วยแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด 19
อย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ เช่น ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาแม้อยู่บ้าน หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 70%
และไม่ไปในแหล่งชุมชนแออัด หรือสถานที่อากาศไม่ถ่ายเท
คำถามที่พบบ่อย FAQ
อาการทั่วไปของการติดเชื้อโควิด-19 มีอะไรบ้าง?
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้ ไอ เจ็บคอ เหนื่อยง่าย ปวดกล้ามเนื้อ สูญเสียการรับรสหรือกลิ่น
และอาจมีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียนในบางราย
ใครบ้างคือกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังติดเชื้อได้ง่าย?
กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัวร้ายแรง ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และหญิงตั้งครรภ์
กลุ่มนี้ควรเฝ้าระวังโควิดอาการอย่างใกล้ชิด
การดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อติดเชื้อโควิด-19 ควรทำอย่างไร?
ควรกักตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ดื่มน้ำมาก ๆ พักผ่อนเพียงพอ รับประทานยาลดไข้หากมีไข้สูง และติดตามอาการ
หากมีอาการแย่ลง เช่น หายใจลำบาก ควรพบแพทย์ทันที
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะลองโควิด?
ได้แก่ ผู้ที่มีอาการโควิดรุนแรงระหว่างการติดเชื้อ ผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว และผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนครบ
ซึ่งมีโอกาสเกิดโควิดอาการหลงเหลือได้นานกว่าปกติ

คลิกเพื่อจองแพคเกจตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด-19 (Post Covid Syndrom/Long Covid) กับ รพ.สินแพทย์ สาขาใกล้บ้านคุณ
โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา คลิก >> แพคเกจตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด- 19
(Post Covid Syndrome/Long Covid)
โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา คลิก >> แพคเกจตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด- 19 (Post Covid
Syndrome/Long Covid)
โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนรินทร์ คลิก >> แพคเกจตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด- 19 (Post
Covid Syndrome/Long Covid)
โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ คลิก >> แพคเกจตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด- 19 (Post Covid
Syndrome/Long Covid)
โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์ คลิก >> แพคเกจตรวจสุขภาพหลังเป็นโควิด- 19 (Post Covid
Syndrome/Long Covid)
พบแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์โรคระบบทางเดินหายใจและปอด ที่ โรงพยาบาลสินแพทย์
สาขาใกล้บ้านคุณ
(คลิก link เพื่อนัดพับแพทย์เฉพาะทาง)







