ศูนย์โรคปวดท้อง รพ.สินแพทย์

22 ต.ค. 2563 | เขียนโดย ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

เนื่องจาก ปวดท้อง เป็นอาการหนึ่งที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศ ทุกวัย ปัจจุบันมีแนวโน้มพบมีอาการมากขึ้นอาการปวดท้องมีหลายรูปแบบ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า อาการปวดท้องเป็นโรคธรรมดา ใครๆ ก็เป็นกันทั้งนั้นอาจจะเป็นโรคกระเพาะอาหาร ลองซื้อยาธาตุ ยาลดกรดมารับประทาน เดี๋ยวอาการก็ดีขึ้น แต่ความจริงแล้วปวดท้องเป็นอาการหนึ่งที่พบเป็นโรคต่างๆ ได้มากมาย การค้นหาสาเหตุและแก้ไขที่สาเหตุ จะช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อน และโรคร้ายแรงอื่นๆ ได้



เนื่องจาก ปวดท้อง เป็นอาการหนึ่งที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศ ทุกวัย ปัจจุบันมีแนวโน้มพบมีอาการมากขึ้นอาการปวดท้องมีหลายรูปแบบ คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า อาการปวดท้องเป็นโรคธรรมดา ใครๆ ก็เป็นกันทั้งนั้นอาจจะเป็นโรคกระเพาะอาหาร ลองซื้อยาธาตุ ยาลดกรดมารับประทาน เดี๋ยวอาการก็ดีขึ้น แต่ความจริงแล้วปวดท้องเป็นอาการหนึ่งที่พบเป็นโรคต่างๆ ได้มากมาย การค้นหาสาเหตุและแก้ไขที่สาเหตุ จะช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อน และโรคร้ายแรงอื่นๆ ได้

 

เทคโนโลยี ตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคปวดท้อง

 

ตรวจระบบทางเดินอาหารด้วยกล้องแคปซูล (Capsule Endoscopy)


เป็นนวัตกรรมล่าสุดที่ใช้ในการวินิจฉัย โรคในระบบทางเดินอาหาร กล้องชนิดนี้ สามารถตรวจได้ถึงส่วนที่ลึกที่สุดของลำไส้เล็กในจุดที่การส่องกล้องโดยทั่วไปเข้าไม่ถึง ได้ผลการตรวจที่ละเอียด ถูกต้อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ อุปกรณ์หรือกล้องสำรวจทางเดินอาหาร มีขนาดใกล้เคียงกับยาเม็ดชนิดแคปซูล ทำให้สามารถกลืนได้ สะดวกและปลอดภัย กระบวนการตรวจเริ่มจากให้คนไข้กลืน “กล้องแคปซูล” พร้อมกับน้ำ กล้องจะเคลื่อนที่ไป ตามส่วนต่างๆ ของระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก จนสิ้นสุดที่ลำไส้ใหญ่ จากนั้นกล้องแคปซูลนี้จะออกมาพร้อมกับการขับถ่ายอุจจาระ ซึ่งไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อร่างกายผู้ถูกตรวจโดยภาพภายในทางเดินอาหารจะถูกบันทึกไว้ที่เครื่องซึ่งเชื่อมต่อจากภายนอก ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 7 ชั่วโมง โดยสามารถบันทึกภาพได้ 2 ภาพ ต่อ วินาที และเก็บภาพได้ถึง 50,000 ภาพ

ข้อดี 

การตรวจด้วยกล้องแคปซูล คือ ผู้เข้ารับการตรวจไม่ต้องบอบช้ำ หรือเจ็บตัวจากการตรวจ ด้วยวิธีแบบเดิมๆ เช่น การกลืนแป้งแล้วเอ็กซเรย์ กล้องแคปซูลยังสามารถหารอยโรคภายในลำไส้เล็ก ในช่วงที่มีความยาวมาก และในจุดที่ลึกมากได้

 

 

ตรวจลำไส้ใหญ่ ด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Colonography (CTC)/Virtual Colonoscopy)


สามารถใช้ทดแทนการตรวจโดยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ โดยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (CT-128  Slices) จะสแกนภาพภายในช่องท้อง แล้วประมวลภาพที่ได้เป็นภาพเสมือนจริงแบบ 3 มิติ ของโพรงภายในลำไส้ใหญ่ (Virtual Colonoscopy)เสมือนเป็นภาพที่เห็นได้จากการส่องกล้อง (Optical Colonoscopy) โดยไม่ต้องส่องกล้องจริงๆ

การตรวจดูสภาพโพรงภายในลำไส้ใหญ่ (Virtual Colonoscopy) ด้วยวิธีนี้ ไม่ยุ่งยากเหมือนการตรวจด้วยการส่องกล้องแบบเดิม ไม่มีการถ่ายอุจจาระเปื้อนเสื้อผ้าเหมือนกับการสวนแป้ง และสิ่งสำคัญ คือ ไม่ต้องใช้ยาที่ทำให้หลับ ดังนั้นภายหลังการตรวจเสร็จ สามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล สามารถตรวจได้รวดเร็ว ช่วยให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติของส่วนอื่นๆ ในช่องท้องได้จากการตรวจครั้งเดียวกัน การตรวจด้วยวิธีนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีอาการบ่งชี้ของโรคแต่มีความเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้แก่

  1. คนทั่วไปที่มีอายุ 50ปีขึ้นไป
  2. มีประวัติครอบครัวโดยเฉพาะบิดามารดา เป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่
  3. เคยตรวจพบว่ามีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
  4. มีประวัติลำไส้ใหญ่หรือเล็กอักเสบเรื้อรัง (Ulcerative colitis or Crohn’s disease)
  5. มีประวัติครอบครัวเป็นโรคติ่งเนื้อในลำไส้ (Familial polyposis)
  6. มีประวัติมะเร็งมดลูก รังไข่ หรือเต้านม ก่อนอายุ50ปี หรือก่อนประจำเดือนหมด
  7. เป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ที่รักษาแล้ว

 

 

ตรวจอวัยวะภายในช่องท้องด้วย MRI (Magnetic Resonance Imaging)/MRA (Magnetic Resonance Angiography)


เป็นการตรวจด้วยเครื่องสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อหาก้อนเนื้องอกและมะเร็งในตับ ตับอ่อน และภายในช่องท้อง หาความผิดปกติของเส้นเลือดในช่องท้อง หลอดเลือดไต หลอดเลือดที่เลี้ยงลำไส้ ซึ่งมักตรวจพบในผู้ที่มีอายุ 60ปีขึ้นไป มีประวัติสูบบุหรี่ มีภาวะของหลอดเลือดที่แข็งตัวผิดปกติ หรือมีหินปูนมาจับที่ผนังของหลอดเลือด

ข้อดี 

  • ให้ภาพอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ตับ ตับอ่อน ไตและม้ามได้ละเอียด และชัดเจนกว่าการตรวจทางรังสีวิทยาอื่นๆ
  • เห็นขนาดของอวัยวะและก้อนมะเร็งในอวัยวะนั้นๆ ได้
  • เป็นการตรวจที่ไม่ใช้รังสี จึงทำให้ไม่มีผลข้างเคียงจากการตรวจด้วยรังสีเอ็กซเรย์
  • ใช้ตรวจได้ในรายที่แพ้ Contrast media ในการทำ CT-Scan

 

 

ตรวจระบบทางเดินน้ำดี ถุงน้ำดี และตับอ่อน ผ่านสนามแม่เหล็ก (MRCP: Magnetic
Resonace Cholangiopancreatography)


การตรวจด้วยวิธีนี้สามารถมองเห็นอวัยวะที่อยู่รอบๆ ทั้งบริเวณที่เหนือจุดที่มีการอุดตันได้อย่างชัดเจน
เป็นวิธีการหนึ่งทีทดแทนการตรวจโดยการส่องกล้องฉีดสีท่อทางเดินน้ำดี (ERCP: Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography)

MRCP เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะดีซ่าน(ตัวเหลือง ตาเหลือง) ผู้ที่เป็นโรคนิ่วในระบบทางเดินน้ำดี เนื้องอก
หรือมะเร็งทั้งในท่อน้ำดีหรือตับอ่อนและบริเวณโดยรอบที่มีการอุดตัน

 

 

ตรวจและรักษาโรคระบบทางเดินน้ำดี และตับอ่อนโดยการส่องกล้อง (ERCP: Endoscopic
Retrograde Cholangiopancreatography)


เป็นการใช้กล้องร่วมกับการถ่ายภาพรังสี ในการวินิจฉัยและรักษา โรคระบบทางเดินน้ำดี อาทิ นิ่วใน
ท่อน้ำดี มะเร็งท่อน้ำดีบางชนิด ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง เป็นต้น

 

 

การใช้เลเซอร์เพื่อรักษาภาวะเลือดออกจากกระเพาะอาหาร (Argon Laser)


เป็นการใช้เลเซอร์เพื่อห้ามเลือดที่ออกในกระเพาะอาหาร โดยแสงเลเซอร์จะถูกส่งผ่านสาย Fiberoptic ที่อยู่ในช่องของกล้องส่องตรวจไปที่เนื้อเยื่อบริเวณที่มีเลือดออก เนื้อเยื่อจะดูดรับพลังจากแสงเลเซอร์เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเพื่อทำลายเส้นเลือดจนเกิดกลายเป็นลิ่มเลือดทำให้เลือดที่ออกหยุดได้

Argon Laser  เป็นวิธีการใหม่ที่ค่อนข้างปลอดภัย ให้ความลึกในการเกิดความร้อนตื้นกว่าการใช้เลเซอร์
ชนิดอื่น และครอบคลุมพื้นที่ในการทำได้กว้าง จึงมีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่า

 

พบแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์โรคปวดท้อง แผนกระบบทางเดินอาหาร ตับ และ ทางเดินน้ำดี

ที่ โรงพยาบาลสินแพทย์ สาขาใกล้บ้านคุณ 

(คลิก link เพื่อนัดพับแพทย์เฉพาะทาง)

โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา 

โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา  

โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์  

โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์  

โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ 

 

SHARE