โรคนิ้วล็อค อาการยอดฮิตในยุคนี้ และมีสิทธิ์เป็นได้ทุกช่วงวัย ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ แต่ทั้งหมดสามารถแก้ได้ไม่ใช่เรื่องยาก! ทำความเข้าใจสาเหตุ วิธีคลายล็อค ทั้งการประคบ การทำกายภาพ หรือการรักษาทางการแพทย์ เพื่อให้นิ้วมือกลับมาใช้งานได้เป็นปกติอีกครั้ง
โรคนิ้วล็อก…ปลดล็อกไม่ยาก
โรคนิ้วล็อก (Trigger Finger) เกิดจากอะไร ?
นิ้วล็อก เกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นและเยื่อหุ้มเส้นเอ็นงอนิ้วมือบริเวณโคนนิ้วด้านฝ่ามือ ทำให้เส้นเอ็นและเยื่อหุ้มเส้นเอ็นมีการหนาตัวขึ้นเป็นพังผืด ขาดความยืดหยุ่นและเส้นเอ็นเคลื่อนผ่านไม่สะดวก สาเหตุเกิดจากการใช้งานมือซ้ำๆเป็นระยะเวลานานๆ เช่น แม่บ้านที่ทำงานบ้าน หิ้วของหนักๆ ช่างทำผม คนสวนที่ใช้งานมือมากๆ คนทำงานหรือคนเล่นเกมส์ที่ใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา
อาการของโรคนิ้วล็อก
- ปวดเจ็บบริเวณฐานนิ้วมือ
- ปวดชานิ้วโดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือหลังตื่นนอนตอนเช้า ขยับนิ้วมือแล้วรู้สึกเจ็บ
- การงอและการเหยียดนิ้วด้านฝ่ามือจะสะดุด งอนิ้วไม่เข้า เหยียดนิ้วไม่สะดวก
- ถ้ามีอาการมาก นิ้วอาจติดในท่างอ ไม่มีกำลัง นิ้วยึดติดแข็งใช้งานไม่ได้ นิ้วโก่งงอผิดรูป
สาเหตุของที่ทำให้เกิดนิ้วล็อก
เกิดจากใช้นิ้วมือต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ เช่น การเกร็งนิ้วมือขณะทำงาน การใช้สมาร์ทโฟนติดต่อกันเป็นเวลานานจนทำให้เปลือกหุ้มเส้นเอ็นเกิดการอักเสบหรือบวมจนทำให้ขาดความยืดหยุ่น และนิ้วไม่สามารถยืดหรืองอได้ตามปกติ
ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดนิ้วล็อก
- อายุ ช่วงอายุที่พบบ่อยคือ 40-60 ปี
- เพศหญิงพบบ่อยกว่าเพศชาย
- คนที่ใช้งานนิ้วมือหนัก เช่น แม่บ้าน คนสวน ช่างไม้ ทันตแพทย์ พนักงานออฟฟิศ
- คนที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น รูมาตอยด์ เบาหวาน เก๊าท์
นิ้วล็อกรักษาอย่างไร ?
การรักษาขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค
- ถ้ามีอาการในระยะแรก รักษาโดยการพักการใช้งานมือ การประคบร้อน การแช่น้ำอุ่น การทำกายภาพบำบัด
- การรับประทานยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์
- การฉีดสเตียรอยด์เข้าไปบริเวณเยื่อหุ้มเส้นเอ็น แต่การฉีดยาอาจทำให้อาการดีขึ้นได้เพียงระยะเวลาสั้นๆและสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก
- การผ่าตัด ในรายที่เป็นมานานและใช้การรักษาโดยวิธีอื่นไม่ได้ผล โดยวิธีการผ่าตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่หนาตัวให้เปิดออก เพื่อให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านได้ไม่ติดขัด โดยการผ่าตัดใช้เวลาสั้นๆ ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล
วิธีป้องกันการเป็นนิ้วล็อก
- ไม่หิ้วหรือถือของหนักเกินไป ลดการรับน้ำหนักที่นิ้วมือ
- พักการใช้นิ้วมือเป็นระยะๆ ขณะทำงานที่ต้องใช้นิ้วมือเป็นเวลานานๆ
- ออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อมือเป็นพักๆ
- เมื่อต้องใช้มือจับสิ่งของแน่นๆ เช่น การขุดดิน การใช้ค้อน การตีกอล์ฟ ควรใช้ถุงมือหรือผ้านุ่มๆพันรอบๆ เพื่อลดแรงกดกระแทกต่อนิ้วมือ
- การแช่มือในน้ำอุ่นในช่วงเช้าๆ จะทำให้ข้อฝืดลดลง เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น20
นิ้วล็อกอันตรายไหม รักษาได้หรือไม่?
นิ้วล็อกอันตรายไหม รักษาได้หรือเปล่า นี่คือคำถามที่หลาย ๆ คนเกิดความกังวล แต่จะบอกได้เลยว่าปัจจุบันโรคนิ้วล็อกไม่ใช่โรคที่อันตราย และเป็นโรคที่รักษาได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดอีกต่อไป โดยมีวิธีรักษา 2 แนวทางหลัก ๆ ได้แก่
– การบริหารนิ้วมือ: เป็นการรักษาแบบธรรมชาติ เพียงแช่น้ำอุ่น 5 นาที เพื่อให้เกิดการคลายตัวของเส้นเอ็น หลังจากนั้นเหยียดนิ้วให้สุดและค้างไว้ประมาณ 10 วิ เมื่อครบเวลาให้กลับมากำมือ ทำไปเรื่อย ๆ จนอาการเริ่มลดลง
– ฉีดยาต้านการอักเสบ : จะใช้วิธีนี้เมื่อการบริหารนิ้วมือ หรือการทานยาต้านอักเสบไม่ได้ผล แพทย์จะฉีดยาต้านอักเสบ หรือชื่อที่คุ้นเคย คือ สเตียรอยด์เข้าไปโคนนิ้วที่มีอาการอักเสบและบวม
คำถามที่พบบ่อย FAQ
กลุ่มคนที่เสี่ยงเป็นโรคนิ้วล็อกมีใครบ้าง?
กลุ่มคนที่เสี่ยงเป็นโรคนิ้วล็อกดังนี้
1. กลุ่มคนที่ทำงานในลักษณะเกร็งนิ้วมือตลอดเวลา เช่น พนักงานออฟฟิศ, เชฟร้านอาหาร, ช่างทำผม, ทันตแพทย์, แม่บ้าน และช่างไฟฟ้า เป็นต้น
2. กลุ่มคนที่มีโรคเบาหวาน โรคไต โรครูมาตอยด์ และโรคเก๊าท์ เป็นโรคประจำตัว และไม่ได้ดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ
วิธีคลายปวดจากข้อนิ้วล็อกมีอะไรบ้าง?
วิธีคลายปวดจากข้อนิ้วล็อกสามารถเลือกได้ตั้งแต่การบริหารนิ้วมือด้วยตัวเอง การรับประทานยาลดการอักเสบ ใช้เครื่องดามนิ้ว การประคบร้อน ทำกายภาพบำบัด การฉีดยาสเตียรอยด์ในกรณีที่วิธีการรักษาอื่น ๆ ไม่ดีขึ้น และในกรณีที่เป็นหนักมาก ๆ แพทย์อาจจะพิจารณาให้ผ่าตัด







