ฟื้นฟูการเดินได้ดีและเร็วขึ้น ด้วยหุ่นยนต์ฝึกเดิน (Robotic Gait Training)

6 มี.ค. 2569 | เขียนโดย โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

หุ่นยนต์ฝึกเดิน นวัตกรรมฟื้นฟูผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง กระตุ้นสมองให้ก้าวเดิน ช่วยให้กลับมาเดินและใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น



ฟื้นฟูการเดินได้ดีและเร็วขึ้น ด้วยหุ่นยนต์ฝึกเดิน (Robotic Gait Training)

“เมื่อเดินได้ดี ชีวิตก็ดีกว่า”

 

การเดินไม่ใช่เพียงการเคลื่อนไหว แต่เกี่ยวข้องกับ ระบบประสาท กล้ามเนื้อ การทรงตัว ผู้ป่วยที่สูญเสียความสามารถในการเดิน จะส่งผลต่อคุณภาพในการดำเนินชีวิต ต้องเผชิญภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย เช่น กล้ามเนื้อลีบ แผลกดทับ ภาวะปอดอักเสบจากการนอนนาน และความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าในระยะยาว

 

เทคโนโลยี หุ่นยนต์ฝึกเดิน (Robotic Gait Training) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของระบบประสาท (Neuroplasticity) อย่างเป็นระบบและปลอดภัย

 

หุ่นยนต์ฝึกเดินคืออะไร?

Robotic Gait Training แบบ End-effector gait robot เป็นระบบที่ช่วยควบคุมจังหวะก้าว ความเร็ว ระยะก้าว และแรงพยุงน้ำหนักให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

 

หลักการสำคัญคือ:

  • Repetitive locomotor training (การฝึกซ้ำอย่างต่อเนื่อง)
  • Task-specific training (ฝึกตรงจุดการเดินจริง)
  • Progressive assistance (พยุงเท่าที่จำเป็น แต่น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้)

เป้าหมายคือกระตุ้นสมองให้เรียนรู้การควบคุมการเดินใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เหมาะสำหรับผู้ป่วยกลุ่มใด?

 

  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • บาดเจ็บทางสมอง
  • บาดเจ็บไขสันหลัง
  • อัมพฤกษ์ อัมพาตครึ่งซีก
  • อัมพาตครึ่งล่างแบบไม่สมบูรณ์
  • พาร์กินสัน
  • ฟื้นฟูหลังผ่าตัดสะโพก
  • โรคทางระบบประสาทอื่นที่มีปัญหาการเดิน

 

มีงานวิจัยรองรับหรือไม่?

 

สำหรับหุ่นยนต์ฝึกเดินมีงานวิจัยในต่างประเทศ ยืนยันว่า คนไข้โรคเส้นเลือดสมองที่มีอาการรุนแรงจนเดินด้วยตัวเองไม่ได้75% กลับมาเดินได้โดยไม่ต้องใช้คนพยุงประคอง หลังการฟื้นฟูฝึกเดินบนหุ่นยนต์ชนิด End-effector gait robot เป็นเวลาหนึ่งเดือน*

* (Pohl M, Werner C, Holzgraefe M, et al. Repetitive locomotor training and physiotherapy improve walking and basic activities of daily living after stroke: a single-blind, randomized multicentre trial (DEutsche GAngtrainerStudie, DEGAS). Clin Rehabil. 2007;21(1):17-27. doi:10.1177/0269215506071281)

 

 

ผู้ป่วยต้องมีแรงมากแค่ไหนถึงจะฝึกได้?

ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมีแรงกล้ามเนื้อขาเต็มที่

 

เพียงสามารถ:

  • นั่งทรงตัวห้อยขาได้โดยใช้มือช่วยพยุง
  • ไม่มีภาวะความดันตกขณะเปลี่ยนท่า
  • ทนต่อการออกกำลังระดับ 3–5 MET (เทียบเท่าเดินพื้นราบ)
  • เข้าใจและให้ความร่วมมือได้

 

ทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดจะประเมินความเหมาะสมก่อนเริ่มโปรแกรมทุกครั้ง

 

คำถามที่พบบ่อย (Featured Snippet Optimized)

1. หุ่นยนต์ฝึกเดินช่วยให้กลับมาเดินได้จริงหรือไม่?

 

ช่วยเพิ่มโอกาสการกลับมาเดินได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วย stroke ที่ยังเดินเองไม่ได้ เมื่อฝึกอย่างต่อเนื่องและเหมาะสม

 

2. ผู้สูงอายุที่เสียการทรงตัวใช้ได้ไหม?

 

ได้ หากผ่านการประเมินและไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์

 

3. ฝึกแล้วเจ็บไหม?

 

ระบบออกแบบให้พยุงน้ำหนักและปรับแรงตามความสามารถของผู้ป่วย จึงปลอดภัยและควบคุมความเสี่ยงได้

 

4. ทำไมควรเริ่มฟื้นฟูเร็วที่สุด?

 

ช่วง 3–6 เดือนแรกหลังเกิด stroke เป็นช่วงที่สมองมี plasticity สูงที่สุด การฝึกอย่างเข้มข้นในช่วงนี้มีแนวโน้มให้ผลดีที่สุด

 

ก้าวแรกที่มั่นคง เริ่มต้นได้วันนี้

หากคุณหรือคนที่คุณรักมีปัญหาการเดิน อย่ารอจนกล้ามเนื้อลีบหรือการทรงตัวแย่ลง การประเมินโดยทีมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

นัดหมายประเมินโปรแกรม Robotic Gait Training ได้ที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ประเมินอย่างละเอียดโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู จะช่วยกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย

 

SHARE