รู้ทันโรคไข้นิปาห์และการป้องกันอย่างถูกวิธี มั่นใจด้วยมาตรฐานความปลอดภัย JCI และการดูแลระดับสากลเพื่อให้คุณอุ่นใจทุกการรักษา
จากข่าวการระบาดของโรคไข้นิปาห์ในประเทศอินเดียซึ่งพบผู้ติดเชื้อในรัฐเวสต์เบงกอล และมีการกักกันผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อ
แม้ในประเทศไทยจะยังไม่เคยพบการติดเชื้อนี้ในคนมาก่อน แต่เราก็ควรทำความรู้จักกับไวรัสก่อโรคร้ายแรงนี้เพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันตัวอย่างเหมาะสม
โรคไข้นิปาห์คืออะไร ?
โรคไข้นิปาห์ (Nipah Virus Infection) เป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูง เกิดจากเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ซึ่งอยู่ในสกุล Henipavirus พบการระบาดครั้งแรกในปี 1998 ที่ประเทศมาเลเซีย ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังโดยองค์การอนามัยโลกเนื่องจากมีอัตราการเสียชีวิตสูงและยังไม่มีวัคซีนป้องกันโดยเฉพาะ
โรคไข้นิปาห์ติดต่ออย่างไร ?
เชื้อไวรัสนี้มีพาหะตามธรรมชาติ คือ ค้างคาวกินผลไม้ เชื้อจะอยู่ในปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของค้างคาว ทำให้เกิดการแพร่ระบาดผ่าน 3 ทางหลัก ได้แก่
- จากสัตว์สู่คน โดยการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ป่วย เช่น สุกร ม้า แพะ แมว ซึ่งรับเชื้อมาจากค้างคาวกินผลไม้
- จากคนสู่คน ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น น้ำลาย เสมหะ ปัสสาวะ
- การบริโภคอาหารปนเปื้อนเชื้อ เช่น การดื่มน้ำตาลสดจากต้นตาลที่ปนเปื้อนเชื้อ การกินผลไม้ที่ค้างคาวกัดกิน
อาการของโรคไข้นิปาห์เป็นอย่างไร ?
เชื้อนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 4-14 วัน จากนั้นผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการซึ่งแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่
- ระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน เจ็บคอ ไอ
- ระยะอาการทางระบบประสาท ผู้ป่วยจะมีอาการซึม มึนงง สับสน กล้ามเนื้อกระตุก ชัก หมดสติ
- ระยะรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจ ผู้ป่วยบางรายอาจมีระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ความดันโลหิตผิดปกติ จนถึงขั้นเสียชีวิตได้
โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40%-75% ผู้รอดชีวิตประมาณ 20% อาจมีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทถาวร
การวินิจฉัยโรคไข้นิปาห์ทำอย่างไร ?
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ใช้วิธีตรวจ RT-PCR จากสารคัดหลั่งในลำคอ น้ำมูก ปัสสาวะ หรือน้ำหล่อสมองและไขสันหลัง หรือ การตรวจหาแอนติบอดีของเชื้อ
- การตรวจภาพ MRI หรือ CT Scan สมอง
โรคไข้นิปาห์รักษาอย่างไร ?
ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสหรือวัคซีนเฉพาะสำหรับเชื้อไวรัสนี้ การรักษาจึงเป็นการรักษาประคับประคองตามอาการ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนทางสมองและระบบทางเดินหายใจ
สามารถป้องกันโรคไข้นิปาห์ได้อย่างไร ?
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาว สัตว์ป่วย หรือซากสัตว์
- หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในแหล่งที่มีการระบาดของเชื้อ
- ล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน ไม่บริโภคผลไม้หรือน้ำตาลสดที่อาจปนเปื้อนเชื้อ
- ล้างมือบ่อยๆ
- ใส่อุปกรณ์ป้องกันเมื่อดูแลผู้ป่วยหรือสัตว์ที่เสี่ยง







