รู้จักไวรัสนิปาห์…ไวรัสก่อโรคไข้สมองอักเสบรุนแรง !!!

26 ม.ค. 2569 | เขียนโดย โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

รู้ทันโรคไข้นิปาห์และการป้องกันอย่างถูกวิธี มั่นใจด้วยมาตรฐานความปลอดภัย JCI และการดูแลระดับสากลเพื่อให้คุณอุ่นใจทุกการรักษา



จากข่าวการระบาดของโรคไข้นิปาห์ในประเทศอินเดียซึ่งพบผู้ติดเชื้อในรัฐเวสต์เบงกอล และมีการกักกันผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อ

 

แม้ในประเทศไทยจะยังไม่เคยพบการติดเชื้อนี้ในคนมาก่อน แต่เราก็ควรทำความรู้จักกับไวรัสก่อโรคร้ายแรงนี้เพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันตัวอย่างเหมาะสม

 

โรคไข้นิปาห์คืออะไร ?

โรคไข้นิปาห์ (Nipah Virus Infection) เป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูง เกิดจากเชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) ซึ่งอยู่ในสกุล Henipavirus พบการระบาดครั้งแรกในปี 1998 ที่ประเทศมาเลเซีย ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มโรคที่ต้องเฝ้าระวังโดยองค์การอนามัยโลกเนื่องจากมีอัตราการเสียชีวิตสูงและยังไม่มีวัคซีนป้องกันโดยเฉพาะ

 

โรคไข้นิปาห์ติดต่ออย่างไร ?

เชื้อไวรัสนี้มีพาหะตามธรรมชาติ คือ ค้างคาวกินผลไม้ เชื้อจะอยู่ในปัสสาวะ อุจจาระ และน้ำลายของค้างคาว ทำให้เกิดการแพร่ระบาดผ่าน 3 ทางหลัก ได้แก่

  • จากสัตว์สู่คน โดยการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ป่วย เช่น สุกร ม้า แพะ แมว ซึ่งรับเชื้อมาจากค้างคาวกินผลไม้
  • จากคนสู่คน ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ เช่น น้ำลาย เสมหะ ปัสสาวะ
  • การบริโภคอาหารปนเปื้อนเชื้อ เช่น การดื่มน้ำตาลสดจากต้นตาลที่ปนเปื้อนเชื้อ การกินผลไม้ที่ค้างคาวกัดกิน

 

อาการของโรคไข้นิปาห์เป็นอย่างไร ?

เชื้อนี้มีระยะฟักตัวประมาณ 4-14 วัน จากนั้นผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการซึ่งแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่

 

  1. ระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน เจ็บคอ ไอ
  2. ระยะอาการทางระบบประสาท ผู้ป่วยจะมีอาการซึม มึนงง สับสน กล้ามเนื้อกระตุก ชัก หมดสติ
  3. ระยะรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจ ผู้ป่วยบางรายอาจมีระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ความดันโลหิตผิดปกติ จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

โรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40%-75% ผู้รอดชีวิตประมาณ 20% อาจมีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทถาวร

 

การวินิจฉัยโรคไข้นิปาห์ทำอย่างไร ?

  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ใช้วิธีตรวจ RT-PCR จากสารคัดหลั่งในลำคอ น้ำมูก ปัสสาวะ หรือน้ำหล่อสมองและไขสันหลัง หรือ การตรวจหาแอนติบอดีของเชื้อ
  • การตรวจภาพ MRI หรือ CT Scan สมอง

 

โรคไข้นิปาห์รักษาอย่างไร ?

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสหรือวัคซีนเฉพาะสำหรับเชื้อไวรัสนี้ การรักษาจึงเป็นการรักษาประคับประคองตามอาการ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนทางสมองและระบบทางเดินหายใจ

 

สามารถป้องกันโรคไข้นิปาห์ได้อย่างไร ?

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสค้างคาว สัตว์ป่วย หรือซากสัตว์
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในแหล่งที่มีการระบาดของเชื้อ
  • ล้างผักผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน ไม่บริโภคผลไม้หรือน้ำตาลสดที่อาจปนเปื้อนเชื้อ
  • ล้างมือบ่อยๆ
  • ใส่อุปกรณ์ป้องกันเมื่อดูแลผู้ป่วยหรือสัตว์ที่เสี่ยง
SHARE