เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ(Pericarditis) คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจ ทำให้มีน้ำหรือเลือดขังในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถขยายและบีบตัวได้ตามปกติ พบได้บ่อยในเพศชายอายุประมาณ 20-50 ปี เป็นโรคที่อันตรายหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาให้ถูกต้องอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ…เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน ? (Pericarditis)
เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis) คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อหุ้มหัวใจ ทำให้มีน้ำหรือเลือดขังในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ ส่งผลให้หัวใจไม่สามารถขยายและบีบตัวได้ตามปกติ พบได้บ่อยในเพศชายอายุประมาณ 20-50 ปี เป็นโรคที่อันตรายหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาให้ถูกต้องอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเกิดจากอะไร ?
เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบมักเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นสาเหตุของเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบได้ เช่น
- การติดเชื้อ เชื้อที่พบได้บ่อยคือเชื้อไวรัส เชื้ออื่นๆที่อาจเป็นสาเหตุได้ เช่น แบคทีเรีย วัณโรค ปรสิต เชื้อรา
- ภายหลังการทำหัตถการต่างๆ เช่น การผ่าตัดหัวใจ การสวนหลอดเลือดหัวใจ การจี้หัวใจด้วยคลื่นความถี่วิทยุ
- การได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าอก
- การฉายรังสี
- การใช้ยาบางชนิด
- โรคหัวใจขาดเลือด
- ภาวะไตวาย
- โรคกลุ่มออโตอิมมูน
- โรคมะเร็ง
อาการของเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบเป็นอย่างไร ?
- เจ็บแปลบบริเวณหลังกระดูกสันอกหรือด้านซ้ายของหน้าอก อาจเจ็บร้าวไปคอ ไหล่ หลัง
- อาการเจ็บเป็นมากขึ้นเมื่อหายใจเข้าลึก ๆ นอนราบ ไอแรงๆ แต่ดีขึ้นเมื่อนั่งเอนตัวมาข้างหน้า
- มีไข้
- ใจสั่น
- อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
- ไอแห้ง ๆ
- เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก
- เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม
- ความดันโลหิตต่ำ
การวินิจฉัยเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบทำอย่างไร ?
แพทย์จะถามประวัติ และทำการตรวจร่างกายเบื้องต้น และพิจารณาตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การเอกซเรย์ทรวงอก การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง การตรวจหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การตรวจเลือดและการเก็บตัวอย่างน้ำในช่องเยื่อหุ้มหัวใจเพื่อส่งตรวจวินิจฉัย
การรักษาเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบทำอย่างไร ?
- การรักษาโดยการใช้ยา เช่น ยาลดอาการปวดและการอักเสบ ยาโคลชิซิน ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ ยาปฏิชีวนะสำหรับผู้ป่วยที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ
- การรักษาโดยการเจาะถุงหุ้มหัวใจ (Pericardiocentesis) เพื่อระบายของเหลวภายในช่องเยื่อหุ้มหัวใจออก ในผู้ป่วยที่มีภาวะบีบรัดหัวใจ (Cardiac Tamponade)
- การรักษาโดยการผ่าตัดเยื่อหุ้มหัวใจ (Pericardiectomy) ในผู้ป่วยที่มีภาวะเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบและหดตัวจนส่งผลให้การสูบฉีดเลือดของหัวใจลดลง หรือในผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ







