โรคลำไส้แปรปรวน หรือ ไอบีเอส (Irritable Bowel Syndrome: IBS) เป็นภาวะการทำงานของลำไส้ที่ผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องหรือรู้สึกไม่สบายในท้อง อาการเป็น ๆ หาย ๆ เป็นเรื้อรัง โดยอาการจะสัมพันธ์กับการขับถ่ายที่เปลี่ยนไปด้วย เช่น เปลี่ยนแปลงที่ความถี่ หรือ ลักษณะของอุจจาระโดยไม่พบความผิดปกติจากการตรวจร่างกายหรือจากการตรวจส่องกล้องในระบบทางเดินอาหาร
โรคลำไส้แปรปรวน หรือ ไอบีเอส (Irritable Bowel Syndrome: IBS)
โรคลำไส้แปรปรวน เป็นภาวะการทำงานของลำไส้ที่ผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องหรือรู้สึกไม่สบายในท้อง อาการเป็น ๆ หาย ๆ เป็นเรื้อรัง โดยอาการจะสัมพันธ์กับการขับถ่ายที่เปลี่ยนไปด้วย เช่น เปลี่ยนแปลงที่ความถี่ หรือ ลักษณะของอุจจาระโดยไม่พบความผิดปกติจากการตรวจร่างกายหรือจากการตรวจส่องกล้องในระบบทางเดินอาหาร
สิ่งที่จะยืนยันว่าเป็นลำไส้แปรปรวนหรือไม่ คือ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และเป็นเรื้อรังประมาณ 3 เดือน ทั้งนี้อาการปวดท้องจะพบร่วมกับอาการอย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อดังต่อไปนี้
- อาการปวดท้องสัมพันธ์กับการถ่ายอุจจาระ
- อาการปวดท้องเกิดร่วมกับการเปลี่ยนแปลงความถี่ของการถ่ายอุจจาระ
- อาการปวดท้องเกิดร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของลักษณะอุจจาระ
ในปัจจุบันโรคลำไส้แปรปรวน ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่พบว่ามีหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ พันธุกรรม ปัจจัยทางด้านจิตใจ ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร อาหารบางชนิดยาบางชนิด การติดเชื้อในทางเดินอาหาร
หากมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดท้องเรื้อรัง โลหิตจาง คลำพบก้อนในท้อง ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือดสดน้ำหนักลด มีไข้ อาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด และตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือด เอกซเรย์ การส่องกล้องทางเดินอาหาร เพื่อหาสาเหตุ
การรักษาภาวะลำไส้แปรปรวน
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยให้รับประทานอาหารให้เป็นเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดดื่มสุรา และสูบบุหรี่
- หลีกเลี่ยงอาหารกลุ่ม Fermentable Oligo-Di-Monosaccharides And Polyols: FODMAPs คือกลุ่มอาหารที่มีองค์ประกอบเป็นคาร์โบไฮเดรตน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว และโมเลกุลคู่ รวมหลากหลายชนิด ได้แก่
- ผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น แอปเปิ้ล มะม่วง ลูกแพร แตงโม ผลไม้อบแห้ง
- ผลไม้ที่มีเมล็ดแข็งตรงกลาง เช่น พีช พลัม อะโวคาโด เชอร์รี่
- นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมวัว นมแพะ นมแกะ คัสตาร์ด โยเกิร์ต ผลิตภัณฑ์จากชีส
- น้ำผึ้งไซรัปจากข้าวโพด
- ข้าวสาลี หัวหอม กระเทียม อาหารจำพวกถั่วต่าง ๆ
- สารที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น Sorbitol, Xylitol
- รับประทานยาในกลุ่ม Probiotics หรือ แบคทีเรียชนิดดี
- การรักษาจำเพาะด้วยยาโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาโรคระบบทางเดินอาหารและตับ
พบแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร ตับ และ ทางเดินน้ำดี
ที่ โรงพยาบาลสินแพทย์ สาขาใกล้บ้านคุณ
(คลิก link เพื่อนัดพับแพทย์เฉพาะทาง)







