ไอทั้งวันต้องรู้..เชื้อมันอยู่ที่คอ

13 พ.ค. 2563 | เขียนโดย    นพ.สุพีเรศ องกิตติกุล ชำนาญการโรคหู คอ จมูก แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลสินแพทยศรีนครินทร์

ไอทั้งวันต้องรู้..เชื้อมันอยู่ที่คอ

อาการไอ เป็นกลไกการป้องกันตัวเองของร่างกาย เพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจ

การไอ เกิดจากการมีสิ่งกระตุ้นตัวรับสัญญาณไอ โดยผ่านเส้นประสาทสมองคู่ที่สิบเป็นหลัก โดยส่งสัญญาณต่อไปยังศูนย์ควบคุมการไอ สั่งการให้เกิดการไอนั่นเอง โดยสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดการไอ นั่นมีหลายอย่างเช่น การอักเสบ การมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย กรดไหลย้อน น้ำท่วมปอด ยาบางอย่างที่ทำให้การรับสัญญาณไอไวขึ้น ฯลฯ

ในทางการแพทย์ มักจะแบ่งชนิดของการไอตามเวลาดังนี้
1.ไอเฉียบพลัน (acute cough) คืออาการไอที่น้อยกว่า สามสัปดาห์ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ มักจะเป็นการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ส่วนสาเหตุอื่นๆที่พบได้ เช่น การสัมพันธ์สารภูมิแพ้ อาการกำเริบของถุงลมโปร่งพอง การสำลักสิ่งแปลกปลอม ฯลฯ

2.ไอกึ่งเฉียบพลัน(subacute cough) คืออาการไอในช่วงสามถึงแปดสัปดาห์ โดยสาเหตุส่วนใหญ่ คือ ภาวะไอหลังติดเชื้อ(postinfectious cough) ไซนัสอักเสบ โรคหอบหืด

3.ไอเรื้อรัง (chronic cough) คืออาการไอที่มากกว่าแปดสัปดาห์ สาเหตุมีหลายอย่าง เช่น กรดไหลย้อน ภูมิแพ้ สูบบุหรี่ ถุงลมโปร่งพอง อาการไอที่เป็นผลข้างเคียงจากยา ภาวะน้ำท่วมปอด ฯลฯ

ผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลนั่นส่วนใหญ่จะเป็นไอเฉียบพลัน ที่สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งแบ่งย่อยไปตามส่วนของร่างกายที่ติดเชื้อ เช่น จมูกอักเสบ (acute rhinitis) ไซนัสอักเสบ(acute rhinosinusitis) คออักเสบ (acute pharyngitis) ทอลซิลอักเสบ(acute tonsillitis) กล่องเสียงอักเสบ(acute laryngitis) หลอดลมอักเสบ(acute bronchitis) ปอดอักเสบ(pneumonia) เป็นต้น

โดยส่วนใหญ่คนมักจะเข้าใจผิดว่าการติดเชื้อทางเดินหายใจต้องกินยาฆ่าเชื้อ(antibiotic) ถึงจะหายไว ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนใหญ่ (ยกเว้นทอลซิลอักเสบ กับ ไซนัสอักเสบ) มักเกิดจากไวรัส ซึ่งหายได้เองใน7-10วัน การกินยาฆ่าเชื้อ ไม่ช่วยฆ่าไวรัส แถมยังเกิดผลเสียเช่น รับผลข้างเคียงของยาโดยไม่จำเป็น หรือ เพิ่มโอกาสเชื้อโรคดื้อยา ดังนั้นจึงไม่ควรไปซื้อยาฆ่าเชื้อกินเอง แต่หากสงสัย ควรจะมาพบแพทย์ เพื่อให้แพทย์ ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และสั่งการรักษาอย่างเหมาะสม

SHARE