ไวรัสตับอักเสบ บี แพร่ได้จากแม่สู่ลูก

29 พ.ค. 2563 | เขียนโดย ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ และ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

ทารกมีโอกาสติดเชื้อจากแม่ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบ บี หรือไม่   เชื้อไวรัสไวรัสตับอักเสบ บี จะถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ในขณะคลอด โดยเฉพาะหากมารดามีเชื้อไวรัสปริมาณสูง หรือมีสารแอนติเจน (HbeAg) ในกระแสเลือด จะทำให้ทารกมีโอกาสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ได้ถึง 90 %  ส่วนมารดาที่มีเชื้อไวรัสในปริมาณไม่มากก็ยังมีโอกาสที่ทารกจะติดเชื้อ 10-40 %



สตรีที่ตั้งครรภ์หากติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี จะมีผลอย่างไร ?

อาจเกิดการคลอดก่อนกำหนดได้สูงกว่ามารดาปกติที่ไม่มีการติดเชื้อ เสี่ยงต่อการตกเลือดภายหลังคลอด และทารกแรกเกิดจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ

 

ทารกมีโอกาสติดเชื้อจากแม่ที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบ บี หรือไม่

เชื้อไวรัสไวรัสตับอักเสบ บี จะถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกได้ในขณะคลอด โดยเฉพาะหากมารดามีเชื้อไวรัสปริมาณสูง หรือมีสารแอนติเจน (HbeAg) ในกระแสเลือด จะทำให้ทารกมีโอกาสติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี ได้ถึง 90 %  ส่วนมารดาที่มีเชื้อไวรัสในปริมาณไม่มากก็ยังมีโอกาสที่ทารกจะติดเชื้อ 10-40 %

 

ทารกติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี จะส่งผลอย่างไร ?

ทารกที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จากมารดาขณะคลอด มีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ บี เรื้อรังถึง 90 % มีโอกาสป่วยเป็นโรคตับแข็ง ,มะเร็งตับ ในระยะเวลา 25-30 ปี และมีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งตับมากกว่าคนทั่วไปถึง  200 เท่า

 

วิธีการป้องกันเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จากแม่สู่ลูก

  • สตรีที่ตั้งครรภ์ ควรฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่าตั้งครรภ์กับสูตินรีแพทย์ เพื่อจะได้รับการตรวจเลือดหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และตรวจหาระดับภูมิต้านทานต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี เพื่อความปลอดภัยของมารดาและทารก
  • หากตรวจพบว่าเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี จะได้รับการดูแลด้านสุขภาพอย่างครอบคลุม กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางเดินอาหารและตับ ควบคู่กับการดูแลครรภ์โดยสูตินรีแพทย์
  • หากตรวจเลือดแล้ว ไม่มีเชื้อ ไม่ได้เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบ บี และ ไม่มีภูมิคุ้มกันโรค แพทย์จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี ทุกราย
SHARE