โรคข้ออักเสบ

24 ก.ค. 2563 | เขียนโดย พ.ท.นพ.ชาติวุฒิ ค้ำชู ศูนย์โรคภูมิแพ้ แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

ในชีวิตของทุกคนคงเคยมีอาการปวดข้อมาบ้าง แต่ถ้าถามว่ามีโรคอะไรบ้างที่ทำให้ข้ออักเสบได้คนส่วนมากจะนึกถึงโรคเก๊าท์ หรือรูมาตอยด์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วในการดูแลผู้ป่วยเราจะแบ่งประเภทของข้ออักเสบเป็นหลายแบบเช่น เฉียบพลัน – เรื้อรัง และมีอาการข้ออักเสบข้อเดียวหรือ หลายข้อ



ในชีวิตของทุกคนคงเคยมีอาการปวดข้อมาบ้าง แต่ถ้าถามว่ามีโรคอะไรบ้างที่ทำให้ข้ออักเสบได้คนส่วนมากจะนึกถึงโรคเก๊าท์ หรือรูมาตอยด์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วในการดูแลผู้ป่วยเราจะแบ่งประเภทของข้ออักเสบเป็นหลายแบบเช่น เฉียบพลัน – เรื้อรัง และมีอาการข้ออักเสบข้อเดียวหรือ หลายข้อ

 

การแบ่งประเภทจะช่วยบอกว่า ข้ออักเสบ นั้น น่าจะเป็นโรคอะไร เช่น

  1. โรคข้ออักเสบแบบเฉียบพลันแบบข้อเดียว อาจเกิดจากโรคเก๊าท์ ข้ออักเสบติดเชื้อ ข้ออักเสบจากการใช้งาน เส้นเอ็นอักเสบหรือผิวหนังอักเสบที่อยู่ติดข้อได้
  2. ข้ออักเสบชนิดหลายข้อถ้ามีอาการชนิดเฉียบพลัน ส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือ แบคทีเรียบางชนิดได้
  3. อักเสบชนิดหลายข้อแบบเรื้อรังอาจเกิดจากโรครูมาตอยด์ โรคแพ้ภูมิ เช่น โรค เอส แอล อี (SLE) เก๊าท์เทียม หลอดเลือดอักเสบ มะเร็งบางชนิด หรือ แม้แต่จากการติดเชื้อแบคทีเรีย บางชนิดได้

 

ลักษณะของข้ออักเสบจากโรคที่พบบ่อย

เก๊าท์

มีอาการปวดแบบเฉียบพลัน ในช่วงปีแรกๆ มักจะเริ่มมีข้ออักเสบเพียงข้อเดียว โดยข้อที่อักเสบได้บ่อยจะเป็นข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า (ถ้าครั้งแรกมีการอักเสบที่ข้อมือ หรือ ข้อนิ้วมือ มักจะไม่ใช่การอักเสบจากโรคเก๊าท์) การอักเสบจะรุนแรงมากจนมักจะเดินไม่ได้ ข้อที่อักเสบจะบวมมาก แดงและร้อนจัด ถ้าหยุดการใช้งานข้อที่อักเสบจะหายเองได้ บางครั้งถ้ามีอาการอักเสบบ่อยๆ อาจทำให้เกิดเป็นก้อนของผลึกกรดยูริค สะสมตามข้อเท้า ข้อนิ้วเท้า ข้อศอก ข้อนิ้วมือได้ การวินิจฉัยโรคนี้โดยการดูจากประวัติ การตรวจร่างกาย และที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจน้ำไขข้อแล้วพบผลึกยูริค การตรวจระดับกรดยูริคในเลือดไม่ได้ใช้ในการวินิจฉัยเนื่องจากในช่วงที่มีข้ออักเสบระดับกรดยูริคในกระแสเลือดต่ำได้ และในคนที่เจาะเลือดแล้วพบว่ามีระดับกรดยูริคสูงโดยที่ไม่เคยมีอาการของข้ออักเสบแบบเก๊าท์  โดยทั่วไปแล้วการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเก๊าท์ไม่จำเป็นต้องได้รับยาลดกรดยูริคทุกคนที่อยู่กับว่ามีข้อบ่งชี้ว่าจำเป็นต้องได้รับยาลดกรดยูริค หรือไม่

 

รูมาตอยด์

โรคนี้จะทำให้เกิดข้ออักเสบแบบเรื้อรัง (หลายสัปดาห์, หลายเดือนหรือเป็นปีได้) ในระหว่างที่โรคกำเริบอาจมีไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดได้ ข้อที่อักเสบมักจะต้องมีข้อนิ้วมือ หรือ ข้อมืออักเสบร่วมด้วยเสมอ และมักเป็นทั้งสองข้าง มีอาการมือแข็งนาน เป็นชั่วโมง หลังตื่นนอน ข้อ บวม  แดง ร้อน (แต่จะน้อยกว่าข้ออักเสบจากโรคเก๊าท์) วินิจฉัยโรคนี้จากประวัติตรวจร่างกาย และการเอ็กซเรย์ ก็เพียงพอจะวินิจฉัยโรคได้ การตรวจเลือดจะทำเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการใช้ยารักษา การตรวจเลือดหารูมาตอยด์แฟกเตอร์ไม่สามารถช่วยในการวินิจฉัยได้เพียงแต่ถ้ามีระดับความเข้มข้นสูงก็จะมีโอกาสที่โรคจะมีความรุนแรงมาก หรือ มีอาการนอกข้อได้ การรักษาโรคนี้จะมีแนวโน้มดี และลดการเกิดความพิการของข้อได้ ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้องภายใน 2 ปีแรก

 

ข้ออักเสบจากการติดเชื้อ

อาจทำให้เกิดการอักเสบแบบข้อเดียวหรือหลายข้อ เฉียบพลัน หรือเรื้อรังก็ได้ ต้องนึกถึงเสมอในกรณีผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคเบาหวาน โรคตับ โรคมะเร็ง หรือ กินยากดภูมิต้านทานเช่น สเตียรอยด์ เนื่องจากถ้ารักษาช้า หรือไม่ได้รับยาฆ่าเชื้อ (antibiotic) ที่เหมาะสมอาจทำให้เชื้อกระจายจนเสียชีวิตได้

 

ข้ออักเสบจากโรคหลอดเลือดอักเสบ (Vacuities) หรือ หรือ เอส แอล อี (SLE)

อาจทำให้เกิดการอักเสบแบบหลายข้อ เฉียบพลันหรือเรื้อรังก็ได้ ข้อไม่อักเสบรุนแรงมีอาการตามระบบเช่น ไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด พบบ่อยในเพศหญิง อายุน้อยหรือวัยรุ่น วินิจฉัยโรคนี้จากประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ปัสสาวะ จำเป็นต้องพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อการวินิจฉัยโรคและวางแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง

 

พบแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลสินแพทย์

ที่ โรงพยาบาลสินแพทย์ สาขาใกล้บ้านคุณ 

(คลิก link เพื่อนัดพับแพทย์เฉพาะทาง)

โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา 

โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา   

โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์  

โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์

 

พบแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลสินแพทย์

ที่ โรงพยาบาลสินแพทย์ สาขาใกล้บ้านคุณ 

(คลิก link เพื่อนัดพับแพทย์เฉพาะทาง)

โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา  

โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา 

โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์  

โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์ 

โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์  

SHARE
ข้อเสนอดีๆที่แนะนำ