5 ความเชื่อผิดๆ ที่คิดว่าไม่เป็นโรคหัวใจ

25 ธ.ค. 2562 | เขียนโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ความเชื่อผิดๆ / ไขข้อเท็จจริง

ออกกำลังกายเป็นประจำ แล้วไม่เป็นโรคหัวใจ

จริงอยู่ที่ว่า การออกกำลังกายจะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจ เพราะจะช่วยให้หัวใจแข็งแรงเลือดสูบฉีดได้ดี แต่ไม่ได้ปลอดภัยจากการเป็นโรคหัวใจ ยังมีผู้ป่วยอีกหลายคนเสียชีวิตในขณะที่ออกกำลังกาย ซึ่งเกิดจากการออกกำลังกายนั้นจะไปกระตุ้นให้หัวทำงานหนัก หากผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โอกาสเสียชีวิตจากการเป็นโรคหัวใจขณะออกกำลังกายก็มากขึ้น

 

ตรวจเลือดแล้วไขมันไม่สูง ไม่เป็นโรคหัวใจแน่นอน

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจไม่จำเป็นต้องมีไขมันสูงทุกรายถึงจะเป็นโรคได้ โรคหลอดเลือดหัวใจเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น ผนังหลอดเลือดหัวใจหด ตีบ ตัน แคลเซียมหรือหินปูนเกาะผนังหลอดเลือด รวมทั้งไขมันในเลือดสูง แต่การที่มีไขมันในหลอดเลืดสูง จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจสูงกว่าคนทั่วไปเท่านั้นเอง

 

ตรวจคลื่นหัวใจ EKG แล้วปกติ แสดงว่าหัวใจปกติ

การตรวจคลื่นหัวใจดวย EKG เป็นการตรวจดูคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะปกติ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่แล้วได้ทำการตรวจด้วย EKG จะพบว่าร้อยละ 70 ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด

 

เลิกสูบบุหรี่ หัวใจจะเป็นเหมือนคนปกติ

กลุ่มผู้สูบบุหรี่จะมีอากาสหรือความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนไม่สูบบุหรี่ถึง 2.4 เท่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูบบุหรี่ที่เป็นโรคความดันเลือดสูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือดถึง 1.5 เท่า แต่หากผู้สูบบุหรี่นั้นเป็นความดันเลือดสูงและไขมันในเลือดจะเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 8 เท่าของคนทั่วไป

 

ไม่เคยเจ็บหน้าอก แสดงว่าไม่เป็นโรคหัวใจ

อาการเจ็บหน้าอก เป็นอาการบ่งชี้ว่ากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้ว สำหรับคนมีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ แต่กล้ามเนื้อหัวใจยังไม่ขาดเลือดก็อาจจะยังไม่อาการให้เห็นได้ ฉะนั้นแล้วอย่ารอให้มีอาการเพราะหากมีอาการหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเมื่อไหร่ ก็จะทำให้หัวใจทำงานผิดปกติมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคนี้สูงเช่นกัน ในผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นแม้กล้ามเนื้อหัวใจมีเลือดมาเลี้ยงไม่พอก็อาจจะไม่มีอาการเพราะเส้นประสาทเสื่อมจนไม่มีอาการออกมาให้เห็น

 

การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน (EST) ให้ผลแม่นยำขึ้น ในการคาดคะเนว่าน่าจะมีหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

 

ข้อแนะนำ

ถึงแม้ว่าตอนนี้เรายังแข็งแรงดี ออกกำลังกายเป็นประจำ ไขมันไม่สูงเกินมาตรฐาน ไม่เคยมีอาการเจ็บหน้าอก หรือหยุดสูบบุหรี่มานาน รวมทั้งคนที่ป่วยเป็นเบาหวานควรได้รับการตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน (EST) โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป และต้องตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

 

การตรวจหาโรคหัวใจขาดเลือดด้วยการวิ่งสายพาน Exercise Stress Test : EST คืออะไร

การตรวจหาโรคหัวใจขาดเลือด โดยให้ผู้ป่วยออกกำลังกายด้วยวิธีวิ่งบนสายพานเป็นการทดสอบว่าในขณะที่อออกำลังกายแล้วเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดหรือไม่

 

หากผู้ป่วยมีภาวะของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบตันอยู่ก็จะทำให้มีเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่เพียงพอ ซึ่งแพทย์จะทราบได้จากการเปลี่ยนแปลงคลื่นของหัวใจในขณะเดินสายพานลักษณะแบบนี้ในภาวะปกติเราจะมองไม่เห็นจากการตรวจกราฟหัวใจด้วย EKG ธรรมดา หรือบางรายก็ไม่มีอาการ ทั้งๆที่มีลักษณะของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งคนที่ไม่รู้ตัวมักคิดว่าตัวเองแข็งแรงดี พอมีอาการของโรคหัวใจกำเริบก็สายเกินไปแล้ว ดังนั้นควรสตรวจหัวใจทุก 1-2 ปี สำหรับในรายที่มีปัจจัยเสี่ยง

 

โรงพยาบาลสินแพทย์ พร้อมด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ เพื่อช่วยวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจของท่านก่อนที่จะสายเกินไป

SHARE