ไตวายเรื้อรัง…เมื่อไรควรปลูกถ่ายไต ใครทำได้ ใครทำไม่ได้ ?!??

12 ม.ค. 2569 | เขียนโดย โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

คืนคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยการปลูกถ่ายไตสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ภายใต้การดูแลที่เน้นความปลอดภัยสูงสุดมาตรฐาน JCI ระดับสากล อุ่นใจทุกขั้นตอนโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง นัดหมายปรึกษาเราวันนี้ newsweek



การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation) คือ การผ่าตัดนำไตที่ทำงานได้ดีจากผู้บริจาคที่มีชีวิตหรือเสียชีวิตไปแล้วหรือมีภาวะสมองตาย มาใส่ในร่างกายผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เพื่อช่วยทำหน้าที่ทดแทนไตที่สูญเสียการทำงานไป

การปลูกถ่ายไตเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอายุยืนยาวกว่าการฟอกไต

 

ข้อบ่งชี้ในการปลูกถ่ายไตมีอะไรบ้าง ?

  1. ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย (ESRD) ที่มีค่าการทำงานของไตน้อยกว่า 15 มิลลิลิตร/นาที/1.73 ตารางเมตร และได้รับการรักษาด้วยการฟอกไตอยู่แล้ว
  2. การปลูกถ่ายไตล่วงหน้า (Pre-emptive Transplantation) ในผู้ป่วยที่ไตเสื่อมจนค่าการทำงานของไต ต่ำกว่า 20 มิลลิลิตร/นาที/1.73 ตารางเมตร แต่ยังไม่ได้เริ่มฟอกไตหรือภายใน 6 เดือนหลังเริ่มฟอกไต หากมีผู้บริจาคที่มีชีวิตสามารถรับการปลูกถ่ายไตได้ทันที ซึ่งพบว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการปลูกถ่ายหลังฟอกไตมาเป็นเวลานาน
  3. การปลูกถ่ายไตซ้ำ (Re-transplant) เมื่อไตที่ปลูกถ่ายครั้งแรกล้มเหลว ผู้ป่วยสามารถได้รับการปลูกถ่ายไตครั้งที่สองได้หลังการตรวจประเมินความพร้อม

 

ใครบ้างที่ไม่สามารถได้รับการปลูกถ่ายไต ?

แม้การปลูกถ่ายไตจะเป็นวิธีรักษาไตวายเรื้อรังที่ดีที่สุด แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคไตทุกรายจะสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายไตได้ เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยระหว่างการผ่าตัดและโอกาสที่ไตใหม่จะทำงานได้ยาวนานคุ้มค่าที่สุด ข้อห้ามในการปลูกถ่ายไต แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

 

1. ข้อห้ามโดยเด็ดขาด (Absolute contraindications)

  • การติดเชื้อรุนแรงที่ยังไม่ได้รับการควบคุม เช่น มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด วัณโรคที่กำลังรักษา
  • มะเร็งที่ยังรักษาไม่หายขาดหรือมีโอกาสกลับเป็นซ้ำสูง
  • โรคหัวใจหลอดเลือดหรือโรคปอดรุนแรงที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิต
  • โรคตับแข็งระยะสุดท้าย
  • ภาวะทางจิตเวชรุนแรง ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองหลังผ่าตัดได้
  • การใช้สารเสพติด ที่ยังไม่สามารถเลิกได้
  • มีคาดการณ์อายุขัยสั้น หากผู้ป่วยมีโรคอื่นที่รุนแรงจนคาดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงระยะเวลาที่จะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนไต

2. ข้อห้ามที่แพทย์ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป (Relative contraindications)

ภาวะเหล่านี้อาจทำให้ต้องชะลอการปลูกถ่ายไตออกไป จนกว่าจะได้รับการแก้ไขหรือควบคุมให้ดีขึ้น

  • โรคอ้วนขั้นรุนแรง (BMI เกิน 35 หรือ 40 kg/m²)
  • การสูบบุหรี่จัด
  • โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบรุนแรง
  • มีประวัติการเกิดลิ่มเลือดอุดตันซ้ำหรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
  • ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
  • แผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ที่ยังรักษาไม่หาย
  • การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ที่ยังมีการอักเสบของตับรุนแรง ต้องรักษาจนไวรัสอยู่ในระดับต่ำก่อน
  • โรคเอชไอวี (HIV) ในอดีตเป็นข้อห้ามเด็ดขาด แต่ปัจจุบันสามารถทำได้หากปริมาณไวรัสต่ำมากและระดับภูมิคุ้มกันอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • มีปัญหาสุขภาพฟัน ต้องเคลียร์ช่องปาก อุดฟัน ถอนฟันที่ผุ ให้เรียบร้อยก่อน
  • มีปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น กระเพาะปัสสาวะผิดปกติหรือมีนิ่ว ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขทางเดินปัสสาวะให้พร้อมก่อน
  • อายุน้อยหรือมากเกินไป (ต้องพิจารณาสมรรถภาพร่างกายตามความเหมาะสม)
SHARE