คืนคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยการปลูกถ่ายไตสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ภายใต้การดูแลที่เน้นความปลอดภัยสูงสุดมาตรฐาน JCI ระดับสากล อุ่นใจทุกขั้นตอนโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง นัดหมายปรึกษาเราวันนี้ newsweek
การปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation) คือ การผ่าตัดนำไตที่ทำงานได้ดีจากผู้บริจาคที่มีชีวิตหรือเสียชีวิตไปแล้วหรือมีภาวะสมองตาย มาใส่ในร่างกายผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เพื่อช่วยทำหน้าที่ทดแทนไตที่สูญเสียการทำงานไป
การปลูกถ่ายไตเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีอายุยืนยาวกว่าการฟอกไต
ข้อบ่งชี้ในการปลูกถ่ายไตมีอะไรบ้าง ?
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย (ESRD) ที่มีค่าการทำงานของไตน้อยกว่า 15 มิลลิลิตร/นาที/1.73 ตารางเมตร และได้รับการรักษาด้วยการฟอกไตอยู่แล้ว
- การปลูกถ่ายไตล่วงหน้า (Pre-emptive Transplantation) ในผู้ป่วยที่ไตเสื่อมจนค่าการทำงานของไต ต่ำกว่า 20 มิลลิลิตร/นาที/1.73 ตารางเมตร แต่ยังไม่ได้เริ่มฟอกไตหรือภายใน 6 เดือนหลังเริ่มฟอกไต หากมีผู้บริจาคที่มีชีวิตสามารถรับการปลูกถ่ายไตได้ทันที ซึ่งพบว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการปลูกถ่ายหลังฟอกไตมาเป็นเวลานาน
- การปลูกถ่ายไตซ้ำ (Re-transplant) เมื่อไตที่ปลูกถ่ายครั้งแรกล้มเหลว ผู้ป่วยสามารถได้รับการปลูกถ่ายไตครั้งที่สองได้หลังการตรวจประเมินความพร้อม
ใครบ้างที่ไม่สามารถได้รับการปลูกถ่ายไต ?
แม้การปลูกถ่ายไตจะเป็นวิธีรักษาไตวายเรื้อรังที่ดีที่สุด แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคไตทุกรายจะสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายไตได้ เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยระหว่างการผ่าตัดและโอกาสที่ไตใหม่จะทำงานได้ยาวนานคุ้มค่าที่สุด ข้อห้ามในการปลูกถ่ายไต แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
1. ข้อห้ามโดยเด็ดขาด (Absolute contraindications)
- การติดเชื้อรุนแรงที่ยังไม่ได้รับการควบคุม เช่น มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด วัณโรคที่กำลังรักษา
- มะเร็งที่ยังรักษาไม่หายขาดหรือมีโอกาสกลับเป็นซ้ำสูง
- โรคหัวใจหลอดเลือดหรือโรคปอดรุนแรงที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ หรือเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิต
- โรคตับแข็งระยะสุดท้าย
- ภาวะทางจิตเวชรุนแรง ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองหลังผ่าตัดได้
- การใช้สารเสพติด ที่ยังไม่สามารถเลิกได้
- มีคาดการณ์อายุขัยสั้น หากผู้ป่วยมีโรคอื่นที่รุนแรงจนคาดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงระยะเวลาที่จะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนไต
2. ข้อห้ามที่แพทย์ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป (Relative contraindications)
ภาวะเหล่านี้อาจทำให้ต้องชะลอการปลูกถ่ายไตออกไป จนกว่าจะได้รับการแก้ไขหรือควบคุมให้ดีขึ้น
- โรคอ้วนขั้นรุนแรง (BMI เกิน 35 หรือ 40 kg/m²)
- การสูบบุหรี่จัด
- โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบรุนแรง
- มีประวัติการเกิดลิ่มเลือดอุดตันซ้ำหรือการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
- ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
- แผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ที่ยังรักษาไม่หาย
- การติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ที่ยังมีการอักเสบของตับรุนแรง ต้องรักษาจนไวรัสอยู่ในระดับต่ำก่อน
- โรคเอชไอวี (HIV) ในอดีตเป็นข้อห้ามเด็ดขาด แต่ปัจจุบันสามารถทำได้หากปริมาณไวรัสต่ำมากและระดับภูมิคุ้มกันอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
- มีปัญหาสุขภาพฟัน ต้องเคลียร์ช่องปาก อุดฟัน ถอนฟันที่ผุ ให้เรียบร้อยก่อน
- มีปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น กระเพาะปัสสาวะผิดปกติหรือมีนิ่ว ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขทางเดินปัสสาวะให้พร้อมก่อน
- อายุน้อยหรือมากเกินไป (ต้องพิจารณาสมรรถภาพร่างกายตามความเหมาะสม)







