ตรวจพบติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่เร็ว ลดเสี่ยงมะเร็งได้ถึง 90% มั่นใจการส่องกล้องมาตรฐาน JCI ที่เน้นความปลอดภัยสูงสุดและอุ่นใจทุกขั้นตอน
ติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่ (Colonic polyp) คือ ก้อนเนื้อที่งอกผิดปกติออกมาจากผนังด้านในของลำไส้ใหญ่ พบได้ในทุกช่วงวัยแต่ส่วนใหญ่พบบ่อยในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี เพศชายพบบ่อยกว่าเพศหญิง
ติ่งเนื้อส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการส่องกล้องตรวจคัดกรอง ติ่งเนื้อส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็งแต่มีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งได้ในอนาคต
ประเภทของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
1. ติ่งเนื้อที่ไม่ใช่มะเร็ง (Non-neoplastic polyp)
- ติ่งเนื้อ Hyperplastic polyp พบบ่อยที่สุด (ประมาณ 70-90% ของติ่งเนื้อทั้งหมด) มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งต่ำมาก มักมีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร มักพบในส่วนท้ายของลำไส้ใหญ่ (rectosigmoid colon)
- ติ่งเนื้อชนิดอักเสบ (Inflammatory polyp) มักพบในผู้ป่วยลำไส้อักเสบเรื้อรัง มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งต่ำ
2. ติ่งเนื้ออะดีโนมา (Adenomatous polyp)
เป็นชนิดที่สำคัญที่สุด เพราะมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ พบประมาณ 10-30% ของติ่งเนื้อทั้งหมด แบ่งย่อยเป็น 3 ประเภท
- Tubular Adenoma พบประมาณ 70-85% ของ adenomatous polyp มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งต่ำ โดยโอกาสจะเพิ่มขึ้นตามขนาดของติ่งเนื้อ
- Villous Adenoma พบประมาณ 5-15% ของ adenomatous polyp มีความเสี่ยงสูงในการกลายเป็นมะเร็ง โอกาสกลายเป็นมะเร็ง 15-40% มักมีขนาดใหญ่และมีฐานกว้าง
- Tubulovillous Adenoma พบประมาณ 10-15% ของ adenomatous polyp โอกาสกลายเป็นมะเร็ง 20-25%
3. ติ่งเนื้อชนิดอื่น ๆ
Serrated polyp มีลักษณะขอบเหมือนฟันเลื่อย แบ่งเป็น Sessile serrated lesion และ Traditional serrated adenoma มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงโดยเฉพาะถ้าอยู่ด้านขวาของลำไส้
ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสกลายเป็นมะเร็งมีอะไรบ้าง ?

- ขนาดของติ่งเนื้อ ≥1 เซนติเมตร ขนาดยิ่งใหญ่ยิ่งเสี่ยงสูง
- ติ่งเนื้อมีลักษณะ villous ยิ่งมาก ยิ่งเสี่ยงสูง
- ลักษณะทางพยาธิมี high-grade dysplasia
- ติ่งเนื้อมีจำนวนหลายก้อน ยิ่งเสี่ยงสูง
- ติ่งเนื้อ serrated polyp บางชนิด
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ผู้ที่มีอายุ > 50 ปี
อาการของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่เป็นอย่างไร ?
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แต่หากมีอาการอาจแสดงดังนี้
- เลือดออกทางทวารหนัก
- อุจจาระมีมูกปน
- ปวดท้อง ท้องอืด
- ท้องเสียหรือท้องผูกเรื้อรัง
- โลหิตจางเรื้อรัง
การวินิจฉัยติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ทำอย่างไร ?

- Colonoscopy เป็นวิธีมาตรฐานที่ดีที่สุด สามารถตรวจหาและตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจได้ในคราวเดียว
- Sigmoidoscopy ตรวจเฉพาะส่วนล่างของลำไส้ใหญ่
- CT Colonography ใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สร้างภาพ 3 มิติ
- Stool occult blood tests เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้นเพื่อหาเลือดแฝงในอุจจาระ
ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่มีโอกาสเป็นมะเร็งมากน้อยแค่ไหน ?
- ติ่งเนื้อส่วนใหญ่ประมาณ 90% ไม่กลายเป็นมะเร็ง
- ใช้เวลาเฉลี่ย 5-10 ปี สำหรับติ่งเนื้อ adenoma ขนาดเล็กที่จะพัฒนาเป็นมะเร็ง
- การตัดติ่งเนื้อออกสามารถลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ 70-90%
- ผู้ที่มีติ่งเนื้อ adenoma มีโอกาสพบติ่งเนื้อใหม่ในอนาคตเพิ่มขึ้น 30-50%
เมื่อไรควรต้องตัดออก ?

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ควรตัดออกทุกครั้งที่ตรวจพบจาก colonoscopy เพื่อป้องกันการพัฒนาเป็นมะเร็งและส่งตรวจวิเคราะห์ทางพยาธิวิทยาเพื่อประเมินความเสี่ยง รวมถึงป้องกันภาวะแทรกซ้อนเช่นเลือดออกจากติ่งเนื้อ ยกเว้นในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตัดและเป็น Hyperplastic polyp ขนาดเล็กมาก (<5 มิลลิเมตร) ในส่วนท้ายของลำไส้ใหญ่ หลังตัดติ่งเนื้อออกแล้ว ผู้ป่วยต้องได้รับการส่องกล้องติดตาม (surveillance colonoscopy) ทุก 3-10 ปีโดยพิจารณาตามความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละราย
การป้องกันติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ทำอย่างไร ?
- ตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่อายุ 45-50 ปี
- รับประทานผัก ผลไม้ อาหารที่มีกากใยสูง
- ลดการบริโภคเนื้อแดงและอาหารแปรรูป
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
- ลดการดื่มแอลกอฮอล์
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่เป็นภาวะที่ไม่ร้ายแรง แต่บางชนิดมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็ง การตรวจพบและตัดติ่งเนื้อออกตั้งแต่เนิ่นๆเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ดังนั้นการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้สามารถตรวจพบและรักษาได้อย่างทันท่วงที







