พิษจากโซเดียมไนไตรต์…ทำให้ฮีโมโกลบินผิดปกติ อันตรายถึงชีวิต !!!

12 มิ.ย. 2569 | เขียนโดย

 

โซเดียมไนไตรต์ (Sodium Nitrite): พิษ อาการ และการรักษา

บทนำและลักษณะทั่วไป

โซเดียมไนไตรต์ (Sodium Nitrite) เป็นสารเคมีลักษณะเป็นผลึกสีขาวถึงเหลืองอ่อน ละลายน้ำได้ดี มีรสเค็มคล้ายเกลือแกง สารนี้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมอาหาร โดยใช้เป็นสารกันบูดและสารเร่งสีแดงในเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก แหนม รวมถึงใช้ในอุตสาหกรรมผลิตสีย้อม วัตถุระเบิด สารป้องกันการกัดกร่อน และยา

⚠️ เตือน: หากได้รับสารนี้ในปริมาณที่สูงเกินไปทั้งการได้รับโดยไม่ได้ตั้งใจหรือการได้รับโดยเจตนา จะส่งผลให้เกิดภาวะพิษเฉียบพลันที่อันตรายถึงชีวิตอย่างรวดเร็ว

กลไกการเกิดพิษจากโซเดียมไนไตรต์

ภาวะพิษจากโซเดียมไนไตรต์เกิดผ่านกลไกหลัก 2 ทาง ได้แก่

1. ภาวะเมทฮีโมโกลบินในเลือด (Methemoglobinemia)

เป็นกลไกสำคัญที่นำไปสู่การเสียชีวิต

โดยปกติ เม็ดเลือดแดงจะมีฮีโมโกลบินที่มีธาตุเหล็กในรูปเฟอร์รัส (Fe²⁺) ซึ่งสามารถจับและส่งออกซิเจนจากปอดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ไนไตรต์ซึ่งเป็นสารอนุมูลอิสระที่แรงจะเข้าไปเปลี่ยนสภาพเหล็กในฮีโมโกลบินให้เปลี่ยนรูปเป็นเฟอร์ริก (Fe³⁺) เกิดเป็นสารที่เรียกว่าเมทฮีโมโกลบิน(MetHb) ซึ่งไม่สามารถจับและขนส่งออกซิเจนได้

ผลที่ตามมาคือ:

  • ยังทำให้ฮีโมโกลบินปกติส่วนที่เหลือปล่อยออกซิเจนให้เนื้อเยื่อได้ยากขึ้น
  • ส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง ทั้งๆที่ออกซิเจนในปอดอาจปกติ

2. การขยายตัวของหลอดเลือด (Vasodilation)

ไนไตรต์จะถูกเปลี่ยนเป็น ไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ในกระแสเลือด ซึ่งมีฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือดอย่างรุนแรง ส่งผลให้:

  • หลอดเลือดขยายตัวทั่วร่างกาย
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • ช็อก
  • เลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจไม่เพียงพอ

อาการของพิษจากโซเดียมไนไตรต์

อาการจะรุนแรงขึ้นตามระดับ MetHb ในเลือด (ระดับปกติในคนทั่วไปอยู่ที่ < 1-3 %) โดยอาการมักเกิดขึ้นเร็วภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมงหลังได้รับสารพิษ

ระดับ MetHb อาการและสัญญาณ
5-10% มักไม่มีอาการหรืออาจมีเล็กน้อย
10-20% ผิวหนังและริมฝีปากเริ่มมีสีเขียวคล้ำหรือสีน้ำเงินเทา โดยเฉพาะปลายมือปลายเท้า
20-30% ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ เหนื่อย อ่อนเพลีย ใจสั่น
30-50% หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ ใจเต้นเร็ว อ่อนแรง ทรงตัวลำบาก
50-70% ซึม สับสน หมดสติ ชัก เลือดเป็นกรด หายใจหอบรุนแรง ความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
> 70% สมองตายจากการขาดออกซิเจน ระบบหมุนเวียนโลหิตล้มเหลว มีโอกาสเสียชีวิตทันที
⚠️ ข้อมูลปริมาณอันตราย:

  • ปริมาณ 0.2 – 0.5 กรัม: สามารถทำให้เกิดอาการเขียวคล้ำและเหนื่อยหอบได้
  • ปริมาณ 1 – 2 กรัม (ประมาณ 1/3 ของช้อนชา): สามารถทำให้เสียชีวิตได้ทันทีหากไม่ได้รับการรักษา

วินิจฉัยพิษจากโซเดียมไนไตรต์

สัญญาณสำคัญสำหรับการวินิจฉัย

สัญญาณที่แพทย์ใช้วินิจฉัยภาวะนี้ ได้แก่:

  • มีอาการตัวเขียวร่วมกับออกซิเจนในเลือดแดงปกติหรือสูง
  • แต่เครื่องวัดปลายนิ้วอ่านค่าออกซิเจนได้ต่ำ
  • เลือดผู้ป่วยมีสีน้ำตาลช็อคโกแลต
  • อาการไม่ดีขึ้นแม้ได้รับออกซิเจน 100%

การตรวจทางห้องปฏิบัติการ

  • Co-oximetry: เป็นวิธีมาตรฐานในการวัดระดับ MetHb ในเลือด
  • การตรวจเลือด: พบภาวะเลือดเป็นกรดและระดับแลคเตทสูง ตรวจ Arterial blood gas พบ PaO2 ปกติ
  • การตรวจระดับไนไตรต์และไนเตรตในเลือด: สามารถใช้ยืนยันการได้รับพิษ

การรักษาพิษจากโซเดียมไนไตรต์

การดูแลผู้ป่วยขั้นต้น

  • การให้ออกซิเจนความเข้มข้นสูงหรือการใส่ท่อช่วยหายใจ
  • การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
  • การให้ยากระตุ้นความดันโลหิตหากจำเป็น
  • การให้ถ่านกัมมันต์ (Activated charcoal) หากผู้ป่วยมาภายใน 1-2 ชั่วโมงหลังได้รับสารพิษ

การให้ยาแก้พิษจำเพาะ

เมทิลีนบลู (Methylene Blue) – ยาหลัก

เมทิลีนบลูเป็นยาแก้พิษหลักในการรักษา ซึ่งออกฤทธิ์ดังนี้:

  • ช่วยเปลี่ยนธาตุเหล็กจากรูป Fe³⁺ กลับไปเป็น Fe²⁺
  • ทำให้เม็ดเลือดแดงกลับมาทำงานได้ตามปกติ
  • ยับยั้งการทำงานของไนตริกออกไซด์
  • ช่วยเพิ่มความดันโลหิต
  • อาการเขียวคล้ำมักค่อยๆดีขึ้นอย่างชัดเจน
⚠️ ข้อห้ามใช้: เมทิลีนบลูมีข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยที่ขาดเอนไซม์ G6PD เพราะจะทำให้เม็ดเลือดแดงแตกรุนแรงและรักษายากขึ้น

การรักษาทางเลือก

หากไม่สามารถใช้เมทิลีนบลูได้ อาจต้องใช้:

  • สารต้านอนุมูลอิสระอื่น เช่น วิตามินซีขนาดสูง
  • การเปลี่ยนถ่ายเลือดในรายที่รุนแรงมาก

การป้องกันและเฝ้าระวัง

แหล่งของการปนเปื้อน

  • ในอาหาร: มักเกิดจากการใช้สารกันบูดปริมาณสูงเกินไปในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้มาตรฐาน
  • การเก็บสารเคมี: อาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเกลือแกงหรือผงชูรส แล้วนำมาปรุงอาหาร จึงควรเก็บให้ห่างจากห้องครัวและติดป้ายเตือนให้ชัดเจน
  • แหล่งน้ำดื่มธรรมชาติ: ในบางพื้นที่ที่มีการใช้ปุ๋ยเคมีไนเตรตสูง อาจมีการปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ

มาตรการป้องกัน

  • ตรวจสอบระดับของโซเดียมไนไตรต์ในอาหารแปรรูปให้อยู่ในมาตรฐานกำหนด
  • เก็บรักษาสารเคมีในที่ปลอดภัยพร้อมป้ายเตือนที่ชัดเจน
  • เฝ้าระวังการปนเปื้อนในแหล่งน้ำดื่มในพื้นที่ที่เสี่ยง
  • การศึกษาความรู้ให้กับประชาชนเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ผิดประเภทของสารเคมี

 

SHARE