ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุ (Sarcopenia) เกิดจากการลดลงของมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น
ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุ (Sarcopenia) เป็นภาวะที่สำคัญและพบบ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากการลดลงของมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว คุณภาพชีวิต และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม ซึ่งนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่างๆจนอาจถึงขั้นทุพพลภาพ
สาเหตุของภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุ
ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่
1. สาเหตุจากความเสื่อมตามอายุ เช่น
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การลดลงของฮอร์โมนเจริญเติบโต เทสโทสเตอโรน และเอสโตรเจน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
- เซลล์กล้ามเนื้อเสื่อมสภาพ
- การสร้างกล้ามเนื้อลดลง การสลายกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
- เซลล์ประสาทสั่งการเสื่อมลง ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
2. สาเหตุจากโรคหรือพฤติกรรม เช่น
- ขาดการออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวร่างกาย การนอนติดเตียงเป็นเวลานาน
- โรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคมะเร็ง
- ภาวะอักเสบเรื้อรัง
- ภาวะทุพโภชนาการ ภาวะขาดสารอาหาร เช่น โปรตีน วิตามินดี
- การใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์
สังเกตอย่างไรว่าผู้สูงอายุมีภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบ ?
- เดินช้าลง เดินไม่มั่นคง ต้องพยุง
- อ่อนแรง ลุกจากเก้าอี้ลำบาก ยกแขนขาได้ไม่คล่อง
- เหนื่อยล้าง่าย ทำกิจกรรมประจำวันได้น้อยลง
- ยกของหนักได้น้อยลง
- กล้ามเนื้อต้นขาและแขนลีบ
- ล้มบ่อย ทรงตัวไม่ดี
- น้ำหนักลดลง
ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุก่อให้เกิดผลกระทบอะไรบ้าง ?
- สูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง ต้องพึ่งพาผู้อื่นในการทำกิจกรรมพื้นฐาน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว
- คุณภาพชีวิตลดลง
- เสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหัก เนื่องจากความไม่มั่นคงในการยืนและเดิน
- เพิ่มอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและอัตราการเสียชีวิต
- เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อน้อยลง การใช้พลังงานจากน้ำตาลในเลือดลดลง ระดับน้ำตาลจึงสูงขึ้น
ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุป้องกันและรักษาอย่างไร ?
การรักษาภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุต้องอาศัยการดูแลแบบองค์รวมในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. การบำบัดด้วยการออกกำลังกาย
- การออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น การยกดัมเบลล์ การใช้ยางยืดออกกำลังกาย เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเพิ่มมวลและความแข็งแรงกล้ามเนื้อ
- การฝึกความอดทน เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
- การฝึกการทรงตัวและความยืดหยุ่น เช่น โยคะ ไทเก๊ก เดินต่อเท้า
2. การบำบัดด้วยโภชนาการ
- การรับประทานโปรตีนที่เพียงพอ ผู้สูงอายุต้องการโปรตีน 1.0 – 1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โดยเลือกรับประทานโปรตีนคุณภาพสูง เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ปลา นม เต้าหู้ ถั่วเหลือง
- การเสริมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เช่น วิตามินดี กรดอะมิโนบางชนิด
- การได้รับพลังงานที่เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเผาผลาญกล้ามเนื้อมาใช้
3. การปรับพฤติกรรม
- งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
- การรักษาโรคประจำตัวที่มีอยู่ให้ดี







