กล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุ…สาเหตุการหกล้มที่ป้องกันได้ !!!

1 ธ.ค. 2568 | เขียนโดย โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุ (Sarcopenia) เกิดจากการลดลงของมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น



ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุ (Sarcopenia) เป็นภาวะที่สำคัญและพบบ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากการลดลงของมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น

ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว คุณภาพชีวิต และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม ซึ่งนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่างๆจนอาจถึงขั้นทุพพลภาพ

 

สาเหตุของภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุ

ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

 

1. สาเหตุจากความเสื่อมตามอายุ เช่น

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การลดลงของฮอร์โมนเจริญเติบโต เทสโทสเตอโรน และเอสโตรเจน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน
  • เซลล์กล้ามเนื้อเสื่อมสภาพ
  • การสร้างกล้ามเนื้อลดลง การสลายกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
  • เซลล์ประสาทสั่งการเสื่อมลง ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อและสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

2. สาเหตุจากโรคหรือพฤติกรรม เช่น

  • ขาดการออกกำลังกายหรือการเคลื่อนไหวร่างกาย การนอนติดเตียงเป็นเวลานาน
  • โรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคมะเร็ง
  • ภาวะอักเสบเรื้อรัง
  • ภาวะทุพโภชนาการ ภาวะขาดสารอาหาร เช่น โปรตีน วิตามินดี
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์

สังเกตอย่างไรว่าผู้สูงอายุมีภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบ ?

  • เดินช้าลง เดินไม่มั่นคง ต้องพยุง
  • อ่อนแรง ลุกจากเก้าอี้ลำบาก ยกแขนขาได้ไม่คล่อง
  • เหนื่อยล้าง่าย ทำกิจกรรมประจำวันได้น้อยลง
  • ยกของหนักได้น้อยลง
  • กล้ามเนื้อต้นขาและแขนลีบ
  • ล้มบ่อย ทรงตัวไม่ดี
  • น้ำหนักลดลง

ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุก่อให้เกิดผลกระทบอะไรบ้าง ?

  • สูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง ต้องพึ่งพาผู้อื่นในการทำกิจกรรมพื้นฐาน เช่น อาบน้ำ แต่งตัว
  • คุณภาพชีวิตลดลง
  • เสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหัก เนื่องจากความไม่มั่นคงในการยืนและเดิน
  • เพิ่มอัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลและอัตราการเสียชีวิต
  • เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อน้อยลง การใช้พลังงานจากน้ำตาลในเลือดลดลง ระดับน้ำตาลจึงสูงขึ้น

ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุป้องกันและรักษาอย่างไร ?

การรักษาภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบในผู้สูงอายุต้องอาศัยการดูแลแบบองค์รวมในด้านต่าง ๆ ดังนี้

 

1. การบำบัดด้วยการออกกำลังกาย

  • การออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น การยกดัมเบลล์ การใช้ยางยืดออกกำลังกาย เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเพิ่มมวลและความแข็งแรงกล้ามเนื้อ
  • การฝึกความอดทน เช่น การเดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
  • การฝึกการทรงตัวและความยืดหยุ่น เช่น โยคะ ไทเก๊ก เดินต่อเท้า

2. การบำบัดด้วยโภชนาการ

  • การรับประทานโปรตีนที่เพียงพอ ผู้สูงอายุต้องการโปรตีน 1.0 – 1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน โดยเลือกรับประทานโปรตีนคุณภาพสูง เช่น เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ปลา นม เต้าหู้ ถั่วเหลือง
  • การเสริมด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เช่น วิตามินดี กรดอะมิโนบางชนิด
  • การได้รับพลังงานที่เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายเผาผลาญกล้ามเนื้อมาใช้

3. การปรับพฤติกรรม

  • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสม
  • การรักษาโรคประจำตัวที่มีอยู่ให้ดี
SHARE