ไขความลับ ท้องอืด ท้องเฟ้อ

12 มิ.ย. 2563 | เขียนโดย ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

หลายคนอาจเคยมีความรู้สึกท้องอืด แน่นท้อง เหมือนอาหารไม่ย่อย รับประทานอาหารลงไปนิดหน่อยก็แน่น บางครั้งมีแก๊สเยอะต้องเรอ หรือ ผายลมบ่อยๆ จนเสียบุคคลิกภาพ เสื้อผ้าคับเพราะท้องป่อง บางครั้ง อืดแน่นมาก บางครั้งก็หายไปเอง ปัญหานี้มีทางแก้ เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการดังกล่าวและวิธีการดูแลเมื่อเกิดอาการกันก่อน



หลายคนอาจเคยมีความรู้สึกท้องอืด แน่นท้อง เหมือนอาหารไม่ย่อย รับประทานอาหารลงไปนิดหน่อยก็แน่น บางครั้งมีแก๊สเยอะต้องเรอ หรือ ผายลมบ่อยๆ จนเสียบุคคลิกภาพ เสื้อผ้าคับเพราะท้องป่อง บางครั้ง อืดแน่นมาก บางครั้งก็หายไปเอง ปัญหานี้มีทางแก้ เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการดังกล่าวและวิธีการดูแลเมื่อเกิดอาการกันก่อน

 

อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เกิดจากมีสภาวะลม หรือ แก๊ส มากเกินในระบบย่อยอาหาร สาเหตุที่พบได้บ่อยๆ คือ

 

  • มีลมในทางเดินอาหารมากเกินไป โดยเฉพาะในกระเพาะอาหารซึ่งมีสาเหตุมาจากการอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร หรือมีเนื้องอกเนื้อร้ายซ่อนอยู่ในกระเพาะอาหาร อาจพบการติดเชื้อแบคทีเรียแฝงที่เป็นสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารที่เรียกว่า Helicobacter Pylori (เอช.ไพโรไล)
  • ปัญหาจากลำไส้เล็ก จากการย่อยที่ไม่สมบูรณ์ เกิดจากน้ำย่อยจากลำไส้เล็ก ตับ หรือ ตับอ่อน ทำงานได้น้อย จำนวนแบคทีเรียที่มีประโยชน์มีปริมาณมาก หรือ น้อยไป หรือ เกิดจากสภาวะการบีบตัวที่ผิดปกติ
  • ลำไส้มีการอุดตัน ทำให้ลมหรือแก๊สไม่สามารถผ่านไปยังลำไส้ใหญ่ เช่น ไส้เลื่อนที่อุดตัน ผังผืดในท้องรัดลำไส้ ในผู้ป่วยที่เคยมีประวัติการผ่าตัดหน้าท้อง หรือ จากก้อนเนื้องอกขนาดใหญ่อุดตันลำไส้ เป็นต้น ผู้ที่มีโรคดังกล่าว จะมีอาการปวดท้อง ท้องอืด อาเจียนร่วมด้วย
  • ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยกว่าปกติ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
  • ผู้ป่วยที่มีลำไส้ไวต่อการกระตุ้น แม้ว่าลม รหือ แก๊สในลำไส้อาจจไม่มากแต่ผู้ป่วยจะมีอาการอืดแน่นท้องได้

 

 

แนวทางการตรวจวินิจฉัยและการปฏิบัติตัว

 

  • ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อทำการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียด หากพบความผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือด การตรวจเอ็กซเรย์ หรืออัลตราซาวด์หน้าท้อง หรือ การส่องกล้องกระเพาะอาหาร และ ลำไส้ เป็นต้น
  • การรักษาด้วยยา แพทย์จะให้ยาเพื่อรักษาตามโรคที่พบ เช่น ยารักษาแผลกระเพาะอาหาร ยาลดการหลั่งกรด ลดอาการอืดแน่นท้อง ยากระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
  • การผ่าตัด กรณีที่มีการอุดตันลำไส้ โรคเนื้องอก หรือ มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือ ลำไส้ใหญ่ เป็นต้น
  • สิ่งสำคัญ คือ การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการโดยรับประทานอาหารให้ตรงเวลา ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หมั่นสังเกตอาการที่ผิดปกติแม้เป็นเพียงเล็กน้อยก็ตาม เพื่อจะได้ทำการรักษาได้ทันก่อนเกิดอาการที่รุนแรง
SHARE