ภาวะสมองเสื่อม Alzheimer

1 January 1970 | 作者 นายแพทย์สุกรีย์ สมานไทย ศูนย์สมอง แผนกอายุกรรมกระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

เริ่มต้นจากความจำเสื่อม และ หลงลืมในผู้สูงอายุ รีบรักษา เพื่อคุณภาพชีวิตของท่านและผู้ดูแล อย่าให้อัลไซเมอร์ทำลายสมองและชีวิตคุณ...



โรคอัลไซเมอร์ ภาวะสมองเสื่อม Alzheimer

ภาวะสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ Alzheimer พบได้บ่อยกว่าที่เราคิด โดยความเชื่อทั่วไปว่า เมื่อสูงอายุมากขึ้นมักจะหลงลืมเป็นธรรมดานั้น ไม่จริงเสมอไป

 

ภาวะสมองเสื่อม คือ การสูญเสียด้านสติปัญญาซึ่งรวมถึงความบกพร่องในการรับรู้ ความสามารถมากกว่าหนึ่งอย่าง และถ้าคงอยู่จะมีความรุนแรงมากพอที่จะเป็นอุปกสรรคในการประกอบกิจวัตรประจำวัน และมักมีอาการ ลุกลาม มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป

 

  • ถ้าเช่นนั้นภาวะสมองเสื่อมเป็นโรคชนิดหนึ่งใช่หรือไม่
    • ไม่ใช่ ภาวะสมองเสื่อมเกิดจากโรคได้หลายชนิด บางชนิดมีผลต่อความจำเด่น บางชนิดมีผลต่อบุคลิกลักษณะนิสัย ในขณะที่บางชนิดก่อให้เกิดอาการภาพหลอน ประสาทหลอน
  • อย่างโรคอัลไซเมอร์ เป็นแบบหนึ่งใช่ไหม
    • ถูกต้อง โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่ก่อให้เกิดภาวะสมองเสื่อม ที่พบได้บ่อยที่สุด โดยมากมักเกิดในผู้สูงอายุ หรือ ตั้งแต่กลางคนขึ้นไป แต่ส่วนน้อยอาจเกิดในคนที่อายุไม่มากได้

 

อาการของผู้ป่วยอัลไซเมอร์เป็นอย่างไร

 

ในระยะแรก  ผู้ป่วยมักถามเรื่องเดิม คำถามเดิมซ้ำๆ แม้ว่าจะบอกไปเมื่อสักครู่ ลืมว่าเดินมาหยิบอะไร วางของไว้ที่ไหน ลืมปิดเตาแก๊ส ทำกับข้าวแล้วจำไม่ได้ว่าใส่เครื่องปรุงอะไรไปหรือยัง อาการของผู้ป่วยจะชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน หรือ ก่อความลำบากให้กับคนในครอบครัว

 

ในระยะต่อมา อาจนึกคำพูด ชื่อสิ่งของ หรือคนไม่ออก แต่มักไม่ลืมเรื่องรราวในอดีตที่นานมาแล้ว อาจหลงทางบ่อย เริ่มไม่ดูแลตัวเอง ใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย อารมณ์รุนแรง มีอาการหงุดหงิด ฉุนเฉียวง่ายเมื่อไม่ได้ดังใจ หรือ อาจดูเฉยๆ ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม

 

ในระยะหลัง จะไม่สามารถดูแลเรื่องส่วนตัว เช่น อาบน้ำ แปรงฟันเองได้ อาจมีอาการหลงสับสน ว่ามีคนจะมาทำร้าย ภรรยานอกใจ ฯลฯ หรือ อาจเฉยเมย

 

ในระยะสุดท้าย จะมีลักษณะเหมือนเด็กเล็ก คือ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่พูด บอก หรือ คุยด้วย เป็นภาระแก่คนดูแล และครอบครัวอย่างมาก

 

ภาวะสมองเสื่อม รักษาได้หรือเปล่า

ในสมัยก่อนเรามักไม่ทราบว่าโรคเหล่านี้ สามารถรักษาหรือดูแลได้ แต่ในปัจจุบัน มีการรักษาทั้งด้านการใช้ยา การผ่าตัด และ การบำบัดเชิงจิตประสาท รวมถึงการกระตุ้นด้วย เครื่องกระตุ้นระบบประสาทและสมอง ที่เรียกว่า TMS

บางโรคสามารถรักษาหายขาดได้ บางโรคเราสามารถหยุดการดำเนินโรคได้ หรือ อย่างน้อยที่สุดเราสามารถชะลอการดำเนินโรคให้ผู้ป่วยยังคงช่วยเหลือตัวเอง หรือ มีความสุขกับครอบครัวให้ได้นานที่สุด ซึ่งจะดีมากกว่าการไม่รักษาเลย

 

โรคอัลไซเมอร์คืออะไร

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) คือโรคทางสมองที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในวัย 60 ปีขึ้นไป เป็นโรคที่ส่งผลต่อความจำ การคิด การใช้เหตุผล และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จะมีอาการแย่ลงเรื่อย ๆ ตามระยะของโรค จนกระทบต่อการใช้ชีวิตและความสามารถในการดูแลตนเอง

 

ปัจจัยเสี่ยงอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) เป็นภาวะสมองเสื่อมที่สามารถส่งผลต่อความจำและการทำงานของสมองในระยะยาว โดยมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่สามารถเพิ่มโอกาสในการพัฒนาโรคนี้ได้ เช่น

– อายุที่มากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคอัลไซเมอร์คืออายุที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากอัตราการเกิดโรคจะสูงขึ้นในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
– พันธุกรรมและประวัติครอบครัว หากมีสมาชิกในครอบครัวที่มีประวัติการเป็นโรคอัลไซเมอร์ ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะพัฒนาโรคนี้ได้มากขึ้น
– ภาวะสุขภาพเรื้อรัง ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ สามารถมีความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้เพิ่มขึ้น
– พฤติกรรมการใช้ชีวิต การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือการไม่ออกกำลังกายล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์
– ปัญหาด้านสุขภาพจิต การมีภาวะซึมเศร้าหรือความเครียดเรื้อรังอาจทำให้สมองเสื่อมเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคอัลไซเมอร์

 

การรักษาโรคอัลไซเมอร์เป็นอย่างไร

โรคอัลไซเมอร์เป็นภาวะสมองเสื่อมชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ และอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล การรักษาโรคอัลไซเมอร์ในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การชะลอการดำเนินของโรค ลดอาการ และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีที่สุด โดยแนวทางการรักษาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ การรักษาแบบไม่ใช้ยา และ การรักษาแบบใช้ยา

1. การรักษาแบบไม่ใช้ยา (Non-Pharmacological Treatment)
แนวทางนี้เน้นการดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วยในด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัยมากที่สุด

– การทำกายภาพบำบัด (Physical Therapy)
ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ป้องกันภาวะหกล้ม และกระตุ้นการเคลื่อนไหวของร่างกาย
– การฝึกสมอง (Cognitive Training)
เช่น การเล่นเกมฝึกความจำ เกมปริศนา หรือกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นความคิดและสมาธิ
– กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy)
ฝึกให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การแต่งตัว รับประทานอาหาร หรือใช้ห้องน้ำอย่างปลอดภัย
– การปรับพฤติกรรมและสภาพแวดล้อม
เช่น การจัดบ้านให้ปลอดภัย มีแสงสว่างเพียงพอ ลดสิ่งรบกวน หรือใช้ป้ายเตือนความจำ
– การดูแลสุขภาพทั่วไป
การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ การควบคุมน้ำหนักตัวและโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และการตรวจประเมินการได้ยินอย่างสม่ำเสมอในผู้ที่มีปัญหา

 

2. การรักษาแบบใช้ยา (Pharmacological Treatment)
การใช้ยารักษาโรคอัลไซเมอร์จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทหรือจิตเวช โดยมีเป้าหมายเพื่อชะลอความเสื่อมของสมองและควบคุมอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

– ยาชะลอการเสื่อมของสมอง
เช่น กลุ่มยาที่ช่วยเพิ่มสารสื่อประสาทในสมอง เพื่อคงไว้ซึ่งความสามารถด้านความจำและการรับรู้ให้นานที่สุด
– ยาควบคุมอาการทางพฤติกรรม
เช่น ยาลดอาการก้าวร้าว วุ่นวาย สับสน กระสับกระส่าย หรือภาวะนอนไม่หลับ
– การรักษาภาวะแทรกซ้อนร่วม
เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล หรือปัญหาด้านการนอนหลับที่มักพบร่วมกับโรคอัลไซเมอร์

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease)

โรคอัลไซเมอร์แตกต่างจากภาวะหลงลืมตามวัยอย่างไร?

โรคอัลไซเมอร์ เป็นภาวะสมองเสื่อมที่มีอาการที่ค่อย ๆ รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความสามารถในการจำและการทำกิจวัตรประจำวันลดลง อาจทำให้ผู้ป่วยลืมสิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น ลืมชื่อคนใกล้ชิด ลืมตำแหน่งของวัตถุในบ้าน หรือมีการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมอย่างชัดเจน

ในขณะที่ ภาวะหลงลืมตามวัย (Age-related memory loss) เป็นการหลงลืมที่เกิดขึ้นในระหว่างวัยชรา ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้บ้าง แต่ผู้สูงอายุสามารถจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ในภายหลัง และยังสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยไม่ส่งผลต่อการทำงานหรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์?

บุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ ได้แก่

– ผู้สูงอายุ ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี​
– ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคอัลไซเมอร์ มีความเสี่ยงสูงขึ้นหากมีสมาชิกในครอบครัวเคยป่วยด้วยโรคนี้​
– ผู้ที่มีพันธุกรรมบางชนิด เช่น การมียีน APOE e4 ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคอัลไซเมอร์​
– ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง คอเลสเตอรอลสูง หรือโรคหลอดเลือดสมอง
– ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การขาดการออกกำลังกาย และการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม​
– ผู้ที่มีประวัติการบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง การบาดเจ็บที่ศีรษะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์​
– ผู้ที่มีปัญหาการนอนหลับ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือไม่?

โรคอัลไซเมอร์สามารถเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมได้ โดยเฉพาะหากมีสมาชิกในครอบครัวเคยป่วยเป็นโรคนี้มาก่อน เช่น พ่อแม่หรือพี่น้อง ความเสี่ยงของการเกิดโรคในบุคคลอื่นในครอบครัวก็จะสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การมีพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นโรคแน่นอน เพราะยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสุขภาพโดยรวม

 

สงสัยมีคนในครอบครัวเป็นโรคสมองเสื่อม

อย่างแรกต้องถามคนรอบข้าง หรือ คนใกล้ชิดว่าลักษณะของสติปัญญาที่ถดถอย หรือ พฤติกรรมที่แปลกไปนั้น มีผลกระทบต่อตัวผู้ป่วย การดูแลตัวเอง หรือ ก่อความกังวลต่อคนในครอบครัวหรือไม่ ดูแล้วต่างจากปกติที่ผู้ป่วยเคยเป็นในช่วง 2-3 ปีนี้ หรือไม่ ถ้าใช่ แนะนำให้ผู้ป่วยได้รับการประเมิน ทั้งในส่วนของการตรวจร่างกาย แบบคำถามทดสอบสมรรถภาพของสมอง และ ตรวจเลือด หรือ ภาพวินิจฉัยของสมองต่อไป โดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านสมอง

 

เริ่มต้นจากความจำเสื่อม และ หลงลืมในผู้สูงอายุ รีบรักษา เพื่อคุณภาพชีวิตของท่านและผู้ดูแล อย่าให้อัลไซเมอร์ทำลายสมองและชีวิตคุณ…

 

พบแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์อายุรกรรมระบบประสาทและสมอง

ที่ โรงพยาบาลสินแพทย์ สาขาใกล้บ้านคุณ 

(คลิก link เพื่อนัดพับแพทย์เฉพาะทาง)

โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา 

โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา  

โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์ 

โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์  

โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ 

SHARE