โรคลำไส้แปรปรวน

29 พ.ค. 2563 | เขียนโดย นพ.วรพจน์ ยิ่งยงธวัช ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

โรคลำไส้แปรปรวน หรือ ไอบีเอส  (Irritable Bowel Syndrome: IBS) เป็นภาวะการทำงานของลำไส้ที่ผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องหรือรู้สึกไม่สบายในท้อง อาการเป็นๆหายๆ เป็นเรื้อรัง โดยอาการจะสัมพันธ์กับการขับถ่ายที่เปลี่ยนไปด้วย เช่น เปลี่ยนแปลงที่ความถี่ หรือ ลักษณะของอุจจาระโดยไม่พบความผิดปกติจากการตรวจร่างกายหรือจากการตรวจส่องกล้องในระบบทางเดินอาหาร



โรคลำไส้แปรปรวน หรือ ไอบีเอส  (Irritable Bowel Syndrome: IBS)

โรคลำไส้แปรปรวน เป็นภาวะการทำงานของลำไส้ที่ผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องหรือรู้สึกไม่สบายในท้อง อาการเป็นๆหายๆ เป็นเรื้อรัง โดยอาการจะสัมพันธ์กับการขับถ่ายที่เปลี่ยนไปด้วย เช่น เปลี่ยนแปลงที่ความถี่ หรือ ลักษณะของอุจจาระโดยไม่พบความผิดปกติจากการตรวจร่างกายหรือจากการตรวจส่องกล้องในระบบทางเดินอาหาร

 

สิ่งที่จะยืนยันว่า เป็นลำไส้แปรปรวนหรือไม่ คือ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์และเป็นเรื้อรังประมาณ  3 เดือน ทั้งนี้อาการปวดท้องจะพบร่วมกับอาการอย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อดังต่อไปนี้

  1. อาการปวดท้องสัมพันธ์กับการถ่ายอุจจาระ
  2. อาการปวดท้องเกิดร่วมกับการเปลี่ยนแปลงความถี่ของการถ่ายอุจจาระ
  3. อาการปวดท้องเกิดร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของลักษณะอุจจาระ

 

ในปัจจุบันโรคลำไส้แปรปรวน ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่พบว่ามีหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ พันธุกรรม ปัจจัยทางด้านจิตใจ ความเครียด การเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร อาหารบางชนิดยาบางชนิด การติดเชื้อในทางเดินอาหาร

 

หากมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ปวดท้องเรื้อรัง โลหิตจาง คลำพบก้อนในท้อง ถ่ายดำ ถ่ายเป็นเลือดสดน้ำหนักลด มีไข้ อาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด และตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือด เอกซเรย์ การส่องกล้องทางเดินอาหาร เพื่อหาสาเหตุ

 

การรักษาภาวะลำไส้แปรปรวน

 

  1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยให้รับประทานอาหารให้เป็นเวลา พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดดื่มสุรา และสูบบุหรี่
  2. หลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มFermentable Oligo-Di-Monosaccharides And Polyols: FODMAPs คือกลุ่มอาหารที่มีองค์ประกอบเป็นคาร์โบไฮเดรตน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว และโมเลกุลคู่ รวมหลากหลายชนิดไ ด้แก่
    • ผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น แอปเปิ้ล มะม่วง ลูกแพร แตงโม ผลไม้อบแห้ง
    • ผลไม้ที่มีเมล็ดแข็งตรงกลาง เช่น พีช พลัม อะโวคาโด เชอร์รี่
    • นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมวัว นมแพะ นมแกะ คัสตาร์ด โยเกิร์ต ผลิตภัณฑ์จากชีส
    • น้ำผึ้งไซรัปจากข้าวโพด
    • ข้าวสาลี หัวหอม กระเทียม อาหารจำพวกถั่วต่างๆ
    • สารที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น Sorbitol, Xylitol
  3. รับประทานยาในกลุ่มProbiotics หรือ แบคทีเรียชนิดดี
  4. การรักษาจำเพาะด้วยยาโดยแพทย์เฉพาะทางสาขาโรคระบบทางเดินอาหารและตับ

 

พบแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร ตับ และ ทางเดินน้ำดี

ที่ โรงพยาบาลสินแพทย์ สาขาใกล้บ้านคุณ 

(คลิก link เพื่อนัดพับแพทย์เฉพาะทาง)

โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา 

โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา  

โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์  

โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์  

โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ 

SHARE