อาการอย่างไรที่ต้องสงสัยวัณโรคปอด ?!

4 มิ.ย. 2563 | เขียนโดย ศูนย์โรคระบบทางเดินหายใจและปอด โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

วัณโรค (Tuberculosis) เป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium tuberculosis ซึ่งเป็นเชื้อที่ทนต่อสภาพแวดล้อมจึงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน  วัณโรคปอดมักจะติดต่อทางอากาศโดยการสูดเอาละอองเสมหะของผู้ป่วยที่ไอ จาม หรือหายใจรดกัน ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการติดเชื้อในปอดแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดโรคในอวัยวะอื่นๆทั่วร่างกาย เช่น ต่อมน้ำเหลือง ข้อ กระดูกสันหลัง ลำไส้ สมอง



วัณโรค (Tuberculosis) เป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่งที่เกิดจากติดเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium tuberculosis ซึ่งเป็นเชื้อที่ทนต่อสภาพแวดล้อมจึงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน  วัณโรคปอดมักจะติดต่อทางอากาศโดยการสูดเอาละอองเสมหะของผู้ป่วยที่ไอ จาม หรือหายใจรดกัน ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการติดเชื้อในปอดแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดโรคในอวัยวะอื่นๆทั่วร่างกาย เช่น ต่อมน้ำเหลือง ข้อ กระดูกสันหลัง ลำไส้ สมอง

ปกติเมื่อร่างกายได้รับเชื้อวัณโรค ในคนที่แข็งแรงดีจะสามารถควบคุมเชื้อได้ เชื้อจะอยู่ในระยะแฝงและไม่แสดงอาการใดๆ แต่เชื้อจะซ่อนอยู่ในร่างกาย หากร่างกายอ่อนแอ เชื้อจะกำเริบและแสดงอาการต่างๆ ออกมา

 

อาการที่ต้องสงสัยวัณโรคปอด

อาการของวัณโรคปอดส่วนใหญ่จะมีอาการค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปแบบเรื้อรัง อาการที่พบบ่อย เช่น

  • ไอเรื้อรัง มักไอติดต่อกันนานกว่า 2 สัปดาห์
  • ไอหรือเสมหะมีเลือดปน
  • ไข้เรื้อรัง (มักมีไข้ตอนเย็นๆ หรือกลางคืน) เหงื่อออกกลางคืน ไข้ที่ไม่ทราบสาเหตุ
  • เจ็บหน้าอก
  • หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย
  • น้ำหนักลด เบื่ออาหาร
  • อ่อนเพลีย

 

วัณโรคปอดวินิจฉัยอย่างไร ?

หากมีอาการที่สงสัย แพทย์จะแนะนำให้ตรวจเอ็กซเรย์ปอด ตรวจเสมหะหาเชื้อวัณโรค หรือทำการทดสอบทูเบอร์คูลิน

 

วัณโรคปอดรักษาได้อย่างไร ?

การรักษาทำได้โดยการใช้ยารักษาวัณโรค โดยจะต้องรับประทานยาสม่ำเสมอต่อเนื่องจนครบตามแพทย์สั่ง ซึ่งมักใช้เวลาหลายเดือน การรับประทานยาไม่ต่อเนื่องหรือไม่ครบคอร์สอาจทำให้เกิดเชื้อวัณโรคดื้อยาภายหลังได้

SHARE