อัลตราซาวด์ 4 มิติ

12 พ.ค. 2563 | เขียนโดย ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

อัตตราซาวด์  (Ultrasound) คืออะไร?

อัตตราซาวด์ คือ คลื่นเสียงความถี่สูงที่มากกว่า 20,000 Hz วงการแพทย์ได้นำเอาหลักการของเครื่องโซน่าที่ใช้ในการหาฝูงปลาของเรือประมงมาพัฒนาเป็นเครื่องอัลตราซาวด์ เพื่อตรวจความผิดปกติต่างๆ ของอวัยวะภายในของมนุษย์ โดยเฉพาะการตรวจทารกในครรภ์มารดาเครื่องอัลตราซาวด์ จะส่งคลื่นเสียงความถี่สูงออกไปจากหัวตรวจ (Transducer) คลื่นเสียงจะสะท้องกลับไม่เท่ากันมายังหัวตรวจ จากนั้น คอมพิวเตอร์จะประมวลสัญญาณที่สะท้อนกลับมาแสดงให้เห็นออกมาเป็นภาพบนจอ

อัลตราซาวด์ 4 มิติ Ultrasound 4D

  • ทำให้คุณสามารถเฝ้าดูการเจริญเติบโตและความสมบูรณ์ของทารกได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการวินิจฉัยความผิดปกติของอวัยวะภายนอก สามารถมองเห็นภาพในมุมกว้าง ยาว ลึก ในลักษณะขอภาพเคลื่อนไหว และสามารถบันทึกภาพความประทับใจใส่แผ่น DVD ได้
  • ผ่านการพิสูจน์แน่ชัดแล้วว่าไม่มีผลกระทบใดๆ ทั้งต่อคุณแม่และทารกในครรภ์
  • เครื่องอัลตราซาวด์ยุคแรกๆ จะมีภาพเป็นแบบ 2 มิติ (2D) แต่ในช่วงเกือบ 10 ปี ที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาจนสามารถเห็นภาพเป็น 3 มิติ (3D) แต่เป็นภาพ 3 มิติ แบบไม่เคลื่อนไหวจนกระทั่งปัจจุบันได้พัฒนาจนเป็นภาพ 3 มิติ แบบเคลื่อนไหวได้เรียกว่า ภาพ 4 มิติ (4D)
    เครื่องอัลตราซาวด์ 2 มิติ (2D)
  • หัวตรวจส่งคลื่นและรับภาพในแนวระนาบได้ภาพ 2 มิติ คือ กว้างและยาว เหมือนภาพหน้าตัดตามยาว หรือ ตามขวางของวัตถุ เมื่อเราจะดูทารกในครรภ์จะต้องส่งผ่านคลื่นเสียงไปเหมือนใช้มีตัดทีละส่วนเพื่อจะดูภาพหน้าตัดว่าอวัยวะต่างๆ ในระดับนั้นเป็นอย่างไร ภาพค่อนข้างดูยากสำหรับบุคคลที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนดูภาพอัลตราซาวด์มาก่อน

เครื่องอัลตราซาวด์ 3 มิติ (3D) และ 4 มิติ (4D)

เป็นการสแกนภาพแบบมองกวาดบริเวณผิวนอกเหมือนเราดูคนๆ นั้นเป็นภาพ 3 มิติ คือ มีกว้างยาว และลึก แต่จะไม่เห็นอวัยวะภายในของคนๆ นั้น ส่วนภาพ 4 มิติ ก็คือ ภาพ 3 มิติ ที่ดูต่อเนื่องกันไปเป็นภาพเคลื่อนไหว เหมือนภาพยนตร์ซึ่งดูง่าย สำหรับบุคคลทั่วไป มีประโยชน์มากในการวินิจฉัยความผิดปกติของอวัยวะภายนอก เช่น ปากแหว่ง นิ้วมือ นิ้วเท้าเกิน เป็นต้น ดังนั้น จะเห็นว่าการใช้ทั้ง 2D และ 3D/4D ร่วมกันจะช่วยลดข้อจำกัดซึ่งกันและกันได้ดียิ่งขึ้น

ควรตรวจอัลตราซาวนด์บ่อยเพียงใดในระหว่างตั้งครรภ์

สูติแพทย์ที่ดูแลสตรีตั้งครรภ์จะส่งตรวจอัลตราซาวนด์เป็นระยะตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับปัญหาของสตรีตั้งครรภ์แต่ละราย สามารถตรวจได้ตลอดการตั้งครรภ์ โดยไม่มีอันตรายใดๆ ทั้งต่อมารดาและทารก ซึ่งองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ให้การรับรองแล้ว
ไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ (อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ หรือ 3 เดือน)

การตรวจในช่วงนี้จะมีประโยชน์มากและสามารถคำนวณอายุครรภ์ได้แม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือ จำวันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายไม่ได้ การที่สูติแพทย์รู้อายุครรภ์ที่แน่นอนจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในการดูแลรักษาในช่วงใกล้คลอด และทราบว่าครรภ์นั้นครบกำหนด หรือ ก่อน หรือ เกินกำหนด นอกจากนั้น ยังช่วยในการดูว่าเป็นทารกแฝดหรือไม่ หรือ ว่าตั้งครรภ์ในมดลูก หรือ นอกมดลูก เป็นต้น

ไตรมาสที่ 2 และ 3 (อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ หรือ 3 เดือน)

การตรวจในช่วงนี้เพื่อดูการเจริญเติบโตของทารก ดูความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ ดูเพศ รวมทั้งดูตำแหน่งของรก (Placenta) ว่าเกาะสูง หรือต่ำ หรือปกติ และปริมาณน้ำคร่ำ เป็นต้น ถ้าเป็นการตรวจด้วยอัลตราซาวนด์ 4 มิติ สตรีที่ตั้งครรภ์จะได้เห็นการเคลื่อนไหวของลูกตั้งแต่ในครรภ์และสามารถบันทึกเก็บไว้ ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกผูกพันระหว่างมารดาและบุตรให้มากยิ่งขึ้น รวมถึงความเอาใจใส่ในการปฏิบัติตนระหว่างตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี

SHARE