แท้งลูก (Abortion)

22 ก.ย. 2564 | เขียนโดย ศูนย์สูตินรีเวชและศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลสินแพทย์

ภาวะแท้งลูก (Abortion)ซึ่งมีสาเหตุได้จากหลายอย่าง เช่น ความผิดปกติของทารกในครรภ์ ฮอร์โมน ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เป็นต้น และมักเกิดในช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ หรือ ในไตรมาสแรก หรือ ช่วง 12 สัปดาห์แรก



ภาวะแท้งลูก (Abortion)

 

ซึ่งมีสาเหตุได้จากหลายอย่าง เช่น ความผิดปกติของทารกในครรภ์ ฮอร์โมน ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เป็นต้น และมักเกิดในช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ หรือ ในไตรมาสแรก หรือ ช่วง 12 สัปดาห์แรก

 

คุณแม่ที่มีภาวะเสี่ยงการแท้งลูก ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่แรก  หรือในช่วง 1-12 สัปดาห์  ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวอ่อนกำลังเจริญเติบโต หากตัวอ่อนไม่แข็งแรง หรือมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น  จะทำให้เกิดการแท้งในช่วงนี้ได้

 

สาเหตุของการแท้งลูก

  • การแท้งลูก ที่เกิดจากความผิดปกติจากตัวอ่อน  ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าเป็นการคัดเลือกตามธรรมชาติ เพราะตัวอ่อนที่เกิดขึ้นนั้นอาจจะไม่สมบูรณ์จึงทำให้เกิดการแท้งได้
  • แท้งลูก จากความผิดปกติที่เกิดจากแม่ ทั้งจากความผิดปกติของมดลูก เช่น เนื้องอกมดลูก และความผิดปกติของฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์ คือ ปริมาณฮอร์โมนที่สนับสนุนการตั้งครรภ์ให้ดำเนินไปได้มีปริมาณน้อย
  • แท้งลูกจากเกิดจากการรับประทานยา ยาบางชนิด ที่มีผลกับการตั้งครรภ์ทำให้ต้องมีการยุติการตั้งครรภ์ ทั้งนี้คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง และควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทานยาทุกชนิด และอยู่ในความดูแลของแพทย์

 

เมื่อแท้งลูกแล้วสิ่งที่คุณแม่จำเป็นควรทราบและปฏิบัติ ดังนี้

1. แท้งลูกแล้วต้องขูดมดลูกหรือไม่

เมื่อแท้งลูกแล้วจำเป็นต้องขูดมดลูกหรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการแท้ง หากเป็นการแท้งครบ คือ แท้งแล้วมีถุงน้ำ รก ตัวเด็กออกมาครบหมด ปากมดลูกปิด และจะพบว่ามีอาการปวดท้องน้อยลงเรื่อยๆ  แบบนี้ไม่จำเป็นต้องขูดมดลูก

แต่หากเป็นการแท้งไม่ครบ คือ ชิ้นส่วนของรกและถุงน้ำไม่ออกมากับเลือด คุณแม่ปวดท้องและปากมดลูกปิด ต้องขูดมดลูก เพราะหากทิ้งไว้อาจจะเสียเลือดมาก และเกิดการติดเชื้อ ทำให้คุณแม่ได้รับอันตรายได้ แพทย์จึงพิจารณาให้ขูดมดลูก เพื่อนำชิ้นส่วนตัวอ่อน รก ออกเพื่อลดการติดเชื้อและเสียเลือดของคุณแม่

 

2. หลังแท้งลูก คุณแม่ต้องดูแลร่างกายตัวเองอย่างไร

  • หลังแท้งแล้วเลือดที่ออกจากช่องคลอดจะน้อยลงเรื่อยๆ อาการปวดท้องจะบรรเทาลงมากหรือไม่ปวดเลย โดยเลือดจะหยุดไหลภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากพบว่าเลือดไหลไม่หยุด และยังพบมีชิ้นเนื้อ  มีกลิ่นเหม็นคาว  มีอาการปวดท้อง  มีไข้ ต้องรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาโดยด่วน เนื่องจากอาจเกิดการติดเชื้อในมดลูกได้
  • กรณีที่คุณแม่เพิ่งแท้งลูกไป ควรคุมกำเนิดอย่างน้อย 3 เดือน ก่อนตั้งครรภ์ครั้งต่อไป  เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและหากมีการติดเชื้อในมดลูกควรจะรักษาให้หายก่อน และควรพบแพทย์เพื่อตรวจความพร้อมวางแผนการตั้งครรภ์
  • หากตั้งครรภ์หลังจากเคยแท้งลูกมาก่อน ควรให้ประวัติกับแพทย์ และควรฝากครรภ์กับแพทย์เสียแต่เนิ่นๆ หรือ ตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ เพื่อให้แพทย์ได้ดูแลครรภ์ของคุณแม่ และลูกในครรภ์ และป้องกันการแท้งซ้ำ
  • หลังจากแท้งลึก 2 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน และฟังผลการตรวจชิ้นเนื้อจากการแท้ง โดยคุณหมอจะใช้โอกาสนี้ตรวจภายใน และตรวจมะเร็งปากมดลูก ดูการติดเชื้อ ตรวจเบาหวาน ตรวจเลือด และดูสุขภาพโดยรวมด้วยของคุณแม่ เพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ต่อไป
  • หากตั้งครรภ์หลังแท้ง ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

 

พบแพทย์เฉพาะทาง แผนกสูตินรีเวช ที่ โรงพยาบาลสินแพทย์ สาขาใกล้บ้านคุณ
(คลิก link เพื่อนัดพับแพทย์เฉพาะทาง)

โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา 

โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา  

โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์  

โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์  

โรงพยาบาลสินแพทย์ เสรีรักษ์

โรงพยาบาลสินแพทย์ กาญจนบุรี

 

 7,013 total views,  35 views today

SHARE