ตรวจโรคแผลในกระเพาะอาหาร แบบไม่ส่องกล้อง

3 ก.ย. 2563 | เขียนโดย ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร ตับ และทางเดินน้ำดี โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา

ศูนย์โรคปวดท้อง โรงพยาบาลสินแพทย์ นอกจากจะมีเทคโนโลยีตรวจ และรักษาโรคปวดท้อง หลากหลายวิธีแล้ว ปัจจุบันยังเพิ่มประสิทธิภาพ ในการตรวจ โรคแผลในกระเพาะอาหาร แบบไม่ส่องกล้อง ซึ่งเป็นมาตรฐานการตรวจที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย ด้วยวิธี การเป่าลมหายใจ และวัดหาระดับยูเรีย (Urea Breath Test) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย



ศูนย์โรคปวดท้อง โรงพยาบาลสินแพทย์ นอกจากจะมีเทคโนโลยีตรวจ และรักษาโรคปวดท้อง หลากหลายวิธีแล้ว ปัจจุบันยังเพิ่มประสิทธิภาพ ในการตรวจ โรคแผลในกระเพาะอาหาร แบบไม่ส่องกล้อง ซึ่งเป็นมาตรฐานการตรวจที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย ด้วยวิธี การเป่าลมหายใจ และวัดหาระดับยูเรีย (Urea Breath Test) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย

 

การเป่าลมหายใจ และวัดหาระดับยูเรีย (Urea Breath Test)

การตรวจวิธีนี้เป็นการตรวจหาเชื้อ เอช.ไพโลไร (H.pylori) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ เป็นการตรวจที่ไม่ยุ่งยาก เพียงให้ผู้ป่วยกิน ยูเรียแคปซูล (Urea Capsule) ซึ่งมีลักษณะคล้ายยาเม็ด หากในกระเพาะอาหารของผู้ป่วยมีเชื้อ H.pylori  เชื้อนี้จะมีการผลิต เอนไซน์ ยูรีเอส (Enzyme urease) ไปเปลี่ยนยูเรียให้เป็น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และก๊าซแอมโมเนีย (NH3) โดยก๊าซจะถูกขับออกมาทางลมหายใจ หลักจากกินยายูเรียแคปซูล ประมาณ 20 นาที แล้วเป่าลมหายใจใส่ถุงบรรจุก๊าซ เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ เครื่องจะแปลผลปริมาณก๊าซออกมาเป็นตัวเลข ให้แพทย์ใช้วางแผนในการรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

โรคกระเพาะ หรือ โรคแผลในกระเพาะอาหาร

หมายถึง โรคแผลที่เกิดบนเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น หรือ เรียกว่า โรคแผลเป็บติก (Peptic Ulcer) สาเหตุของการเกิดโรคนี้ที่สำคัญ คือ มีการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่า เอช.ไพโลไร (H.pylori : Helicobacter pylori) เชื้อนี้ทำให้กระเพาะอาหารมีการหลั่งกรดมากกว่าปกติ จนทำลายผนังเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้จนทำให้กระเพาะอาหารเป็นแผล

 

โรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ส่วนใหญ่มักจะมีอาการ

  • ปวดท้องบริเวณยอดอก หรือใต้ลิ้นปี่
  • ปวดท้อง ปวดๆ หายๆ

 

ผู้ที่มีอาการดังกล่าว จำเป็นต้องได้รับการรักษา โดยรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาโรคให้หายขาด ผู้ที่เป็นโรคนี้ไม่ควรหยุดกินยาเองแม้อาการปวดท้องจะดีขึ้นแล้ว เพราะส่วนใหญ่แผลจะยังไม่หายสนิท และสิ่งสำคัญควรมีการตรวจเพื่อยืนยันว่ามี เชื้อเอช.ไพโลไร ในกระเพาะอาหารและลำไส้หรือไม่ เพราะเชื้อนี้นอกจากจะทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้แล้ว ยังเป็นสาเหตุของ มะเร็งกระเพาะอาหาร อีกด้วย

 

พบแพทย์เฉพาะทาง ศูนย์โรคปวดท้อง แผนกระบบทางเดินอาหาร ตับ และ ทางเดินน้ำดี

ที่ โรงพยาบาลสินแพทย์ สาขาใกล้บ้านคุณ 

(คลิก link เพื่อนัดพับแพทย์เฉพาะทาง)

โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา 

โรงพยาบาลสินแพทย์ ลำลูกกา  

โรงพยาบาลสินแพทย์ เทพารักษ์  

โรงพยาบาลสินแพทย์ ศรีนครินทร์  

โรงพยาบาลเด็กสินแพทย์ 

SHARE