วารสารสินแพทย์ ปีที่3 ฉบับที่4 ตุลาคม-ธันวาคม 2550
- ใช้ศูนย์มะเร็ง USA เป็นต้นแบบ ปรับร.พ.สินแพทย ์เป็นเมดิคัลคอมเพล็กซ์
- วัยรุ่นไทยก้าวร้าวมากขึ้น เกิดจากอะไร?..และควรแก้ไขอย่างไร
- บทสัมภาษณ์: คุณปราณี ชูทรัพย์
ผู้เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังเทียม ด้วย เทคโนโลยีผ่าตัดแผลเล็ก - บทสัมภาษณ์: คุณประไพร ทองสุข
ผู้เข้ารับการผ่าตัดหลอดเลือดสมองโป่งในสมอง ด้วยเทคโนโลยีผ่าตัดแผลเล็ก - โรคผื่นภูมิแพ้ในเด็ก
- โรคข้ออักเสบ
- ปวดข้อเข่าเสื่อม
- อาหารอิสลามในโรงพยาบาลสินแพทย์้
- ปลอดภัย อุ่นใจ มั่นใจ ร.พ.สินแพทย์ SAFETY FIRST
ใช้ศูนย์มะเร็ง USA เป็นต้นแบบปรับ รพ.สินแพทย์ เป็นเมดิคัลคอมเพล็กซ์
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการบริหาร ร.พ.สินแพทย์ พร้อมคณะกรรมการบริหารของโรงพยาบาลในเครือรามคำแหง ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่ เอ็ม ดี แอนเดอร์สัน (MD Anderson Center) ในสังกัดเท็กซัล เมดิคัล เซ็นเตอร์ หรือ ที เอ็น ซี มหานครแห่งศูนย์การแพทย์ที่ยิ่งใหญ่ และมีความทันสมัยที่สุดในโลก ณ เมือง ฮิวสตัน มลรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีเป้าหมายที่จะเดินหน้า พัฒนาศักยภาพ โรงพยาบาลสินแพทย์ สู่ความเป็น "เมดิคัล คอมเพล็กซ์" ที่สมบูรณ์แบบ เทียบเท่ามาตรฐานโลก สถานที่นี้ ประกอบด้วย โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงกว่า 14 แห่ง รวมอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน แต่ละแห่งมีอาคารตรวจรักษาโรคเฉพาะทางนับสิบอาคารที่เชื่อมต่อกันดุจโครงข่ายใยแมงมุม
นอกจากได้ศึกษาในเรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว ร.พ.สินแพทย์ ยังได้แนวคิดจาก
วิสัยทัศน์ของ ศูนย์การแพทย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ เพื่อนำมาปรับปรุงโรงพยาบาล โดยวิสัยทัศน์ที่โดดเด่นข้อหนึ่ง ของ เอ็ม ดี แอนเดอร์สัน คือ
ต้องการกำจัดมะเร็งให้หมดไปจากโลก จึงทำให้เกิดแนวคิด ที่จะพัฒนา ร.พ.สินแพทย์ ที่มิใช่มุ่งเน้นเฉพาะการรักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งแล้วเท่านั้น แต่จะพัฒนาศักยภาพให้สามารถตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ในระยะแรกๆ ซึ่งจะทำให้การรักษามะเร็งมีประสิทธิภาพ และประสบผลสำเร็จมากขึ้น
รพ.สินแพทย์ี่มุ่งหวังให้คนไทย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับการรักษาที่ทัดเทียม กับมาตรฐานระดับโลก ด้วยค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล
วัยรุ่นไทยก้าวร้าวมากขึ้น เกิดจากอะไรและควรแก้ไขอย่างไร
วัยรุ่น ถือเป็นช่วงสุดท้ายของการรู้จักและสร้างตัวตนก่อนที่จะถือเป็นผู้ใหญ่ที่มี
บุคลิกภาพ ที่ชัดเจนและมั่นคง ตามหลักจิตวิทยาถือเป็นช่วงเครียดและหัวเลี้ยว
หัวต่อ เป็นเรื่องปกติและจำเป็นที่วัยรุ่นจะแสดงหา และทดสอบประสบการณ์
ต่างๆ ซึ่งบางครั้งเป็นประสบการณ์ที่ต่อต้านกฎเกณฑ์ เดิมๆ ที่เคยรับรู้มา วัยรุ่นจะผูกพันกับกลุ่มเพื่อนมากที่สุด หซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องเข้าใจและยอมรับ
ทำไม..? วัยรุ่นจึงมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและรุนแรง
เหตุที่วัยรุ่นมีพฤติกรรมก้าวร้าว/รุนแรง มีอยู่ 3 ปัจจัย ดังนี้
- ปัจจัยภายนอก หรือ ปัจจัยทางสังคม เช่น เด็กมีโอกาสที่จะพบความรุนแรงมากขึ้น
ผ่านทางสื่อ เกมส์ ภาพยนตร์ และข่าวโดยเฉพาะ(ข่าวที่มีความรุนแรงซ้ำๆ บ่อยๆ) มีตัวอย่างจากงานวิจัยของสหรัฐอเมริกาฉบับหนึ่งพบว่า เมื่อให้เด็กอายุ 3 ปี ดูวีดีทัศน์เกี่ยวกับเรื่องที่มีความก้าวร้าว กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ดูวีดีทัศน์สารคดี พบว่าเด็กที่ดูวีดีทัศน์ภาพที่ก้าวร้าวจะแสดงอาการเหวี่ยงตัว ไม่พอใจมากกว่าเด็ก
ที่ดูวีดีทัศน์สารคดี - ปัจจัยทางครอบครัวและคนใกล้ชิด พบว่าเด็กที่มาจากครอบครัวที่ทะเลาะเบาะแว้ง ใช้ความรุนแรง แตกแยก มีแนวโน้มที่จะแสดงความก้าวร้าวรุนแรงมากขึ้น
- ปัจจัยในตัวเด็กเอง เช่น มีแนวโน้มของบุคลิกภาพที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ได้แก่ ระดับสติปัญญา ภาวะทางสมอง เช่น สมาธิสั้น ออทิสติก และแนวโน้มของอุปนิสัยก้าวร้าว เนื่องจากพื้นฐานอารมณ์
ผู้ใหญ่ มีส่วนช่วยวัยรุ่นได้อย่างไร..?
ผู้ใหญ่จะมีส่วนช่วยได้มาก คือ ต้องเข้าใจและยอมรับพัฒนาการของวัยรุ่น ช่วยหาโอกาสให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆ และคอยระวังประสบการณ์ที่อันตราย โดยให้คำปรึกษาให้วัยรุ่นเข้าใจว่า เพราะเหตุใดทำไมถึงอันตราย ช่วยให้วัยรุ่น มีกลุ่มที่สนิทสนม และดูแลป้องกันอันตรายต่างๆ เช่น ยาเสพติด
สิ่งสำคัญ
ครอบครัว และคนใกล้ชิด มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อภาวะจิตใจของวัยรุ่น รวมทั้งมีส่วนช่วยในหลายประเด็น ดังนี้
- เป็นตัวอย่างของคนที่มีสุขภาพจิตที่ดี มองโลกในแง่ดี แก้ปัญหาด้วยเหตุผลมากกว่าอารมณ์ เป็นตัวอย่างของการให้อภัย การให้ความรัก
- ผู้ปกครองต้องมีบทบาทในการจัดการสิ่งแวดล้อมของวัยรุ่น ให้มีความรุนแรงน้อยลง มีความเอื้ออาทรต่อกันมากขึ้น
- เป็นที่ปรึกษาในกรณีวัยรุ่นเกิดปัญหา หากพบว่ามีอาการผิดปกติเกินกว่าที่จะดูแลได้ ควรรีบพามาปรึกษาแพทย์
จากเหตุการณ์ที่วัยรุ่นชาวเกาหลี นำปืนมายิงแฟนสาว และคนอื่นรวมทั้งตนเองจนเีสียชีวิตนั้น เป็นเรื่องที่ควรระวัง และป้องกันไม่ได้เกิดขึ้นซ้ำ ดังนั้น ทำอย่างไรเราจึงจะทราบก่อนล่วงหน้าได้
จากตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วัยรุ่นคนนั้นมีอาการ..ที่เข้าข่ายว่าเป็น โรคจิตเภท อาการที่ช่วยบ่งชี้เบื้องต้น ได้แก่
- พฤติกรรมและอุปนิสัยที่เปลี่ยนไป เช่น แยกตัว เหม่อเลย หรือก้าวร้าว ควบคุมอารมณ์ไม่ได้
- ความสามารถลดลง เช่น ผลการเรียนต่ำลง ขาดสติ
- มีความเชื่อในสิ่งที่แปลกไป เช่น สนใจศาสนาอย่างลึกซึ้งกว่าปกติ เชื่อเรื่องจิตวิญญาณหรือสิ่งที่เหนือธรรมชาติ
- มีความคิดหวาดระแวง ซึ่งอาจคล้ายกับอาการวิตกกังวล จนเกินกว่าเหตุ หรือกระทั่งกลัวคนทำร้ายจนอาจทำร้าย
ผู้อื่นก่อน
ในบางรายอาจไม่มีการเตือน แต่มีความผิดปกติของการรับรู้ เช่น มีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน ทำร้ายตนเอง
ซึ่งหากพบ มีอาการต่างๆ ตามที่กล่าวมานี้ ควรรีบมาพบแพทย์โดยด่วน เพราะจะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่าง
ละเอียด
เพื่อแยกโรค ทางระบบประสาท หรือ สมองบางชนิด หรือ เป็นผลจากการใช้สารกระตุ้น เช่น แอมเฟตามีน ที่กำลังระบาดอยู่มากในปัจจุบัน
บทสัมภาษณ์ ผู้เข้ารับการผ่าตัด เปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังเทียมด้วยเทคโนโลยีผ่าตัดแผลเล็ก
คุณปราณี ชูทรัพย์ เป็นผู้ป่วยอีกรายหนึ่งที่เข้ามาพบแพทย์ ด้วยอาการปวดบริเวณต้นคออย่างรุนแรงจนก้มไม่ได้ ได้รับการตรวจเอ็กซเรย์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI) พบว่ามีภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมและหลุดกดทับเส้นประสาท
วันที่ร่วมเป็นเกียรติให้สัมภาษณ์นี้ผ่านมา 1 เดือน หลังการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกสันหลังเทียมโดยใช้
เทคโนโลยีผ่าตัดแผลเล็กได้อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลกับทีมวารสาร โรงพยาบาลสินแพทย์ ดังนี้
ทีมวารสาร: ช่วยเล่าอาการเริ่มต้นก่อนมาพบแพทย์
คุณปราณี: มีอาการก่อนตัดสินใจมาพบแพทย์ที่ ร.พ.สินแพทย์ประมาณ 1 สัปดาห์ ปวดบริเวณต้นคออย่างมาก ปวดจนร้าวไปถึงบริเวณหน้าอก และมีอาการชามือด้านขวาด้วย ปวดทรมานมาก แม้กระทั่งจะก้มหน้าสระผมตัวเองก็ไม่สามารถทำได้ หันหน้าไปทางด้านซ้ายหรือขวาก็ไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ จึงตัดมาร.พ.สินแพทย์
ทีมวารสาร:
เมื่อมาถึง โรงพยาบาล เป็นอย่างไรต่อค่ะ
คุณปราณี: ก่อนอื่นต้องขอบคุณ คุณหมอวศิน เอาแสงดีกุล มากๆ เพราะโชคดีที่ได้เจอคุณหมอให้คำแนะนำดีมาก ให้กำลังใจรวมถึงผลการผ่าตัดก็ออกมาดี เพราะถ้าไม่ได้มาที่นี่คงไม่ได้ผ่าตัด อาการคงจะแย่กว่านี้แน่ๆ ตอนแรกคุณหมอให้ยารับประทานร่วมกับทำกายภาพบำบัดก่อน ประมาณ 2 วัน แต่ก็ไม่ดีขึ้นยังปวดมากจนทำไม่ได้ คุณหมอจึงแนะนำให้ตรวจ เอ็มอาร์ไอ ก็พบว่า มีหมอนรองกระดูกบริเวณต้นคอตำแหน่ง C6-7 เสื่อมและหลุดมากดทับเส้นประสาท จนทำให้เกิดอาการปวด และบอกว่าจำเป็นต้องผ่าตัด
ทีมวารสาร: รู้สึกอย่างไรเมื่อต้องผ่าตัด
คุณปราณี: บอกตรงๆ คือ รู้สึกกลัว กลัวคอจะแข็ง กลัวคอจะติด กลัวเสียงจะแหบ กลัวจะเดินไม่ได้ กลับไปทำงานแบบเดิมไม่ได้ กลัวไปหมดทุกอย่าง คุณหมอก็ให้กำลังใจอธิบายว่า การผ่าตัดสมัยนี้ ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก มีการใช้กล้องเข้ามาช่วยในการผ่าตัด จะทำให้แผลเล็กดูไม่น่ากลัว วัสดุอุปกรณ์ก็ดีมาก จึงตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด
ทีมวารสาร:
ขณะนี้หลังผ่าตัดมาได้ 1 เดือนแล้ว เป็นอย่างไรบ้างคะ และขออนุญาติดูแผลด้วยนะคะ
คุณปราณี: ตอนนี้อาการทั่วไปก็เกือบเหมือนปกติเลยคะ สามารถก้มหน้าได้ เงยหน้าได้ หันซ้าย-ขวาได้ ประมาณมากกว่า 75% เมื่อเทียบกับปกติก่อนเกิดอาการเลยละค่ะ วันนี้มาพบคุณหมดก็ให้ เอ็กซ์เรย์ในท่าต่างๆ ก้ม-เงยหน้า หันซ้าย-ขวา คุณหมออธิบายเรื่องฟิลม์เอ็กซเรย์ให้ฟัง บอกว่าผลดีมากๆ หมอนรองอยู่ในตำแหน่งที่พอดี แผลก็ดี สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติแล้ว
ทีมวารสาร: แสดงว่าตอนนี้ คุณปราณีก็สามารถก้มหน้าและใช้ชีวิตประจำวัน ได้เท่าปกติเลยนะคะ
คุณปราณี: ค่ะ ดีใจมากๆ และก็คิดอยู่ตลอดเวลาว่าตัวเองโชคดีที่มาที่นี่ ได้พบคุณหมอวศิน ที่แนะนำให้ผ่าตัด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย แผลก็ดูดี อยากฝากข้อคิดให้ทุกคนที่ได้อ่านให้หมั่นคอยดูแลสุขภาพตัวเองอยู่เสมอ พบแพทย์เป็นประจำอย่าปล่อยไว้จนเป็นมากขึ้นแล้วยากแก่การรักษา
ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม และหลุดออกมากดทับเส้นประสาท ในกรณีนี้สภาพกระดูกยังดี แต่หมอนรองกระดูกไม่ดี การผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม จะทำหน้าที่เป็นข้อต่อเทียมของกระดูกสันหลังได้ด้วย ซึ่งมีคุณสมบัติและทำหน้าที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด จึงทำให้ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดสามารถเคลื่อนไหวคอได้เหมือนปกติก่อนผ่าตัด อีกทั้งการผ่าตัดด้วยกล้องไมโครสโคป จะยิ่งช่วยลดภาวะแทรกซ้อนได้มาก แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก สูญเสียเลือดน้อย ไม่ต้องพักฟื้นนาน หรือฟื้นตัวได้เร็ว กว่าวิธีดั้งเดิม
บทสัมภาษณ์ผู้เข้ารับการผ่าตัดหลอดเลือดสมองโป่งในสมองด้วยเทคโนโลยีผ่าตัดแผลเล็ก
คุณประไพร ทองสุข อายุ 39 ปี เจ้าของกิจการอู่ซ่อมรถยนต์ ย่านนวมินทร์ผู้เข้ารับการผ่าตัดหลอดเลือดสมองโป่ง ด้วยการใช้กล้องจุลทรรศน์ ผ่าตัดแผลเล็ก (MIS : Minimal Invasive Surgery)
ทีมวาสาร: ช่วยเล่าอาการเริ่มแรกก่อนมาโรงพยาบาลได้ไหมคะ
คุณประไำพร: อาการเริ่มต้นมีมาเมื่อ 1 ปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้หาสาเหตุว่าเป็นอะไร จะมีอาการมึนศีรษะ ชาบริเวณใบหน้า คล้ายมีบางช่วงมีความจำหายไปชั่วขณะ เวลาลุกนั่งบางครั้งทรงตัวไม่อยู่ เป็นๆ หายๆ ส่วนใหญ่จะเกิดอาการในช่วงตอนบ่ายๆ 
ทีมวาสาร: แล้วคุณประไพร ทำอย่างไรคะ
คุณประไำพร: ตอนแรกคิดว่าเกิดจากน้ำในหูไม่เท่ากัน เพราะอาการก็คล้ายๆ แต่เมื่อตรวจแล้วก็ปกติดี คิดว่าต้องมีความผิดปกติในสมองแน่เลย แพทย์จึงแนะนำให้ตรวจคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (เอ็มอาร์ไอ) MRI
ทีมวาสาร: การตรวจ MRI เป็นอย่างไรบ้างค่ะ
คุณประไำพร: พบความผิดปกติของหลอดเลือดในสมองคุณหมอที่ตรวจได้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมประสาท น.พ.เมธี วงศ์สิริสุวรรณ คุณหมอมาตรวจดูก็แนะนำให้เอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ และฉีดสีดูตำแหน่งของหลอดเลือดที่ผิดปกติ ว่าเกิดขึ้นที่ไหน และต้องรักษาอย่างไร
ทีมวาสาร: หลังฉีดสีแล้วเป็นอย่างไรต่อคะ
คุณประไำพร: ผลการฉีดสีพบเส้นเลือดของสมองโป่งบริเวณสมองซ้าย คุณหมอแนะนำว่าต้อง ผ่าตัด เพราะ หากปล่อยทิ้งไว้หลอดเลือดที่โป่งอาจแตกและกดทับเนื้อสมองซึ่งอาจจะทำให้พิการ เป็นอัมพาต หรือเสียชีวิตได้
ทีมวาสาร: กลัวการผ่าตัดหรือเปล่าคะ
คุณประไำพร: ได้ยินครั้งแรกตกใจและกลัวมาก คิดจะย้าย ร.พ. แต่คุณหมอให้คำแนะนำดีมาก อธิบายอย่างชัดเจน จนมั่นใจว่าคุณหมอต้องทำได้ดีที่สุด โดยจะเลือกใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ไม่ต้องโกนผม
ทีมวาสาร: หลังการผ่าตัดแล้วรู้สึกอย่างไรคะ
คุณประไำพร: รู้สึกดีมากๆ เลยคะ ไม่ปวดหัว แค่ตึงๆ แผลเท่านั้น ที่รู้สึกดีที่สุดคือ แผลเล็กมากและไม่ต้องโกนผมที่ศีรษะด้วย เลยรู้สึกว่าตัวเองเหมือนคนไข้ทั่วไป และไม่น่ากลัวอย่างที่คิดไว้แต่แรก
ขอบคุณ คุณประไพร ทองสุข มากๆ ค่ะ ที่เป็นเกียรติให้สัมภาษณ์ ถึงผลการรักษาในครั้งนี้ และหวังว่าผู้ที่มีอาการเข้าข่ายภาวะนี้ก็อย่านิ่งนอนใจรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจและรักษาอย่างเร็วที่สุด เพราะ ภาวะหลอดเลือดโป่งในสมอง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี อาจพิการ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้
ชื่อโรค : โรคหลอดเลือดโป่งในสมอง (Cerebral Aneurysm)
โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก เป็นโรคที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในบางประเทศแถบตะวันตกได้ทำการศึกษาพบโรคนี้ได้ประมาณ 20% ของประชากรเด็ก และในทารกที่อายุเพียงไม่กี่เดือน ส่วนใหญ่มักส่งผลต่อการเจริญเติบโต และพัฒนาการของเด็กอย่างมาก สาเหตุของการเกิดโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คิดว่ามีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่
- พันธุ์กรรม: การมีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว เช่น หอบหืด แพ้อากาศ
- สิ่งแวดล้อม: การที่มีสภาพสังคมชนบทเปลี่ยนเป็นสังคมเมืองมากขึ้น การสูบบุหรี่ของมารดาขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร อาหารหรือสารบางอย่างจะสามารถกระตุ้นให้โรคกำเริบได้

อาการส่วนใหญ่พี่พบ คือ มีอาการคันอย่างมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการหงุดหงิด ไม่สบายตัวได้ อาจมีน้ำเหลืองซึม หรือผื่นหนาเห็นเส้นลายผิวหนังได้ชัดเจน ส่วนตำแหน่งของผื่นนั้นจะแตกต่างกันตามอายุ ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี จะมีผื่นคันที่บริเวณแก้ม และผิวหนังด้านนอกของแขนขา ในเด็กที่อายุมากกว่า 2 ปี ผื่นจะย้ายมาอยู่บริเวณข้อพบต่างๆ เช่น ข้อพับศอกและเข่า
นอกจากนี้ ยังสามารถพบลักษณะอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น ผิวแห้ง แตกเป็นขุย มีเส้นลายมือลายเท้ามากกว่าปกติ ขอบตาล่างดำคลำ ตาอักเสบ เป็นต้น ซึ่งการวินิจฉัยโรคนี้ ไม่สามารถใช้ประวัติ หรือ การตรวจร่างกายเพียงข้อใดข้อหนึ่งได้ มักต้องอาศัยหลายๆ อย่างประกอบกัน
ส่วนการรักษานั้น ยาที่ใช้บ่อย ได้แก่ ยาทาประเภทสเตียรอยด์ ซึ่งถือเป็นยาหลักในการรักษาผู้ป่วยผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ยากลุ่มนี้มีประสิทธิภาพดี เห็นผลเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็มีผลข้างเคียงค่อนข้างมาก ได้แก่ ผิวหนังบริเวณที่ทายา บางลง สีผิวจางลง มีรอยแตกของผิวหนัง มีเส้นเลือดฝอยเกิดขึ้น กดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ตัวเตี้ย ยากลุ่มนี้มีความแรงหลายระดับ ซึ่งยากที่มีความแรงมากก็จะมีผลข้างเคียงมากขึ้นด้วย ดังนั้นการเลือกใช้ยาจึงมีความสำคัญอย่างมากควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ผู้ปกครองบางรายที่มีความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยากลุ่มสเตียรอยด์นั้นในปัจจุบันก็มียาใหม่ให้เลือกใช้ ซึ่งจะออกฤทธิ์กดระบบภูมิคุ้มกันของผิวหนังบริเวณที่ทายาทำให้ลดการเกิดผื่นได้ ซึ่งมีผลข้างเคียงที่พบได้เล็กน้อย เป็นอาการแสบร้อนหลังทายา จะหายเองได้และไม่พบผลข้างเคียงอื่นเหมือนกลุ่มสเตียรอยด์ ซึ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบของยากลุ่มนี้ แต่ยานี้มีราคาแพงมาก นอกจากนี้อาจให้อาจให้ยา antihistamine กินเพื่อลดอาการคัน
นอกจากการรักษาด้วยาแล้ว ผู้ป่วยยังต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่อาจกระตุ้นให้ผื่นกำเริบได้ เช่น ไม่อาบน้ำอุ่นจัด ควรทาครีมให้ความชุ่มชื่นทุกครั้งหลังอาบน้ำ หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าเนื้อหนาหรือผ้าขนสัตว์ งดการกินอาหารที่กระตุ้นให้เกิดผื่น
ในผู้ที่ได้รับการรักษาต่างๆ อย่างเต็มที่แล้ว แต่ผลการรักษาไม่ดีเท่าที่ควร อาจต้องดูว่ามีภาวะติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนร่วมด้วยหรือไม่ซึ่งผื่นอาจดูแฉะมากกว่าปกติ หรือมีคราบสะเก็ดสีเหลืองติดอยู่ซึ่งก็จำเป็นต้องได้รับยา ปฏิชีวนะด้วย ส่วนในรายที่มีอาการของโรครุนแรงมากไม่ตอบสนองต่อการรักษา ก็อาจต้องใช้ยาอื่น เช่น ยาสเตียรอยด์กิน ยากดภูมิคุ้มกันชนิดกิน การฉายแสง แต่ก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ
ส่วนใหญ่เมื่อเด็กโตขึ้นอาการก็จะดีขึ้นหรือหายได้ แต่ก็มีบางส่วนของผู้ป่วยที่เมื่อโตขึ้นจะเกิดโรคภูมิแพ้ชนิดอื่นตามมาได้ เช่น หอบหืดหรือภูมิแพ้ทางจมูก
จะเห็นได้ว่าการรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังนั้นมีขั้นตอนในการรักษาค่อนข้างมาก อีกทั้งต้องอาศัยการติดตามการรักษาอย่างเนื่องเป็นระยะเวลานานจึงควรได้รับการวินิจฉัย และคำแนะนำการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อให้ได้การรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
ในชีวิตของทุกคนคงเคยมีอาการปวดข้อมาบ้าง แต่ถ้าถามว่ามีโรคอะไร
บ้าง ที่ทำให้ข้ออักเสบได้ คนส่วนมากจะนึกถึงโรคเก๊าท์ หรือรูมาตอยด์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วในการดูแลผู้ป่วยเราจะแบ่งประเภทของข้ออักเสบเป็น
หลาย แบบ เช่น เฉียบพลัน-เรื้อรัง และมีอาการข้ออักเสบข้อเดียวหรือ หลายข้อ
การแบ่งประเภทจะช่วยบอกว่าข้ออักเสบนั้น น่าจะเป็นโรคอะไร เช่น
1. โรคข้ออักเสบแบบเฉียบพลันแบบข้อเดียว อาจเกิดจากโรคเก๊าท์ ข้ออักเสบติดเชื้อ
ข้ออักเสบจากการใช้งาน เส้นเอ็นอักเสบหรือผิวหนังอักเสบที่อยู่ติดข้อได้
2. ข้ออักเสบชนิดหลายข้อถ้ามีอาการชนิดเฉียบพลัน ส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียนบางชนิดได้
3. ข้ออักเสบชนิดหลายข้อแบบเรื้อรังอาจเกิดจากโรครูมาตอยด์ โรคแพ้ภูมิ เช่น โรคเอส แอล อี(SLE)
เก๊าท์เทียม หลอดเลือดอักเสบ มะเร็งบางชนิด หรือ แม้แต่การติดเชื้อแบคทีเรีย บางชนิดได้
ลักษณะของข้ออักเสบจากโรคที่พบบ่อย
เก๊าท์ มีอาการปวดแบบเฉียบพลัน ในช่วงปีแรกๆ มักจะเริ่มมีข้ออักเสบเพียงข้อเดียว โดยข้อที่อักเสบได้บ่อยจะเป็นข้อนิ้วหัวแม่เท้า ข้อเท้า (ถ้าครั้งแรกมีอาการอักเสบที่ข้อมือ หรือข้อนิ้วมือมักจะไม่ใช่การอักเสบจากโรคเก๊าท์) การอักเสบจะรุนแรงมากจนมักจะเดินไม่ได้ ข้อที่อักเสบจะบวมมาก แดง และร้อนจัด ถ้าหยุดการใช้งานข้อที่อักเสบจะหายเองได้ บางครั้งถ้ามีอาการอักเสบบ่อยๆ อาจทำให้เกิดเป็นก้อนของผลึกกรดยูริค สะสมตามข้อเท้า ข้อนิ้วเท้า ข้อศอก ข้อนิ้วมือได้ การวินิจฉัยโรคนี้โดยการดูจากประวัติ การตรวจร่างกาย และที่สำคัญที่สุดคือ การตรวจน้ำไขข้อแล้วพบผลึกยูริค การตรวจระดับกรดยูริคในเลือดไม่ได้ใช้ในการวินิจฉัยเนื่องจากในช่วงที่มีข้ออักเสบ ระดับกรดยูริคในกระแสเลือดต่ำได้ และในคนที่เจาะเลือดแล้วพบว่ามีระดับกรดยูริคสูงโดยที่ไม่เคยมีอาการของข้ออักเสบแบบเก๊าท์ โดยทั่วไปแล้วการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเก๊าท์ไม่จำเป็ต้องได้รับยาลดยูริคทุกคน ขึ้นอยู่กับว่ามีข้อบ่งชี้ว่าจำเป็นต้องได้ดรับยาลดกรดยูริค หรือไม่
รูมาตอยด์ โรคนี้ทำให้เกิดข้ออักเสบแบบเรื้อรัง (หลายสัปดาห์, หลายเดือนหรือเป็นปีได้) ในระหว่างที่โรคกำเริบอาจมีไข้ต่ำๆ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดได้ ข้อที่อักเสบมักจะต้องมีข้อนิ้วมือ หรือข้อมืออักเสบร่วมด้วยเสมอ และมักเป็นทั้งสองข้าง มีอาการมือแข็งนาน เป็นชั่วโมง หลังตื่นนอน ข้อบวม แดง ร้อน (แต่จะน้อยกว่าข้ออักเสบจากโรคเก๊าท์) โรคนี้วินิจฉัยจากการตรวจร่างกาย และเอ็กซ์เรย์ การตรวจเลือดจะทำเพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการใช้ยารักษา การตรวจเลือดหารูมาตอยด์แฟกเตอร์ไม่สามารถช่วยในการวินิจฉัยได้เพียงแต่ถ้ามีระดับความเข้มข้นสูง ก็จะมีโอกาศที่โรคจะมีความรุนแรงมาก หรือ มีอาการนอกข้อได้ การรักษาโรคนี้จะมีแนวโน้มดี และลดการเกิดความพิการของข้อได้ ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้องภายใน 2 ปีแรก
ข้ออักเสบจาก..โรคหลอดเลือดอักเสบ(Vasculitis) หรือ เอส แอล อี(SLE)
อาจทำให้เกิดการอักเสบแบบหลายข้อ เฉียบพลันหรือเรื้อรังก็ได้ ข้อไม่อักเสบรุนแรงมีอาการตามระบบเช่น ไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด พบบ่อยในเพศหญิง อายุน้อยหรือวัยรุ่น วินิจฉัยโรคนี้จากประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ปัสสาวะ จำเป็นต้องพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อการวินิจฉัยโรคและวางแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง
ข้ออักเสบจาการติดเชื้อ
อาจทำให้เกิดการอักเสบแบบข้อเดียว หรือ หลายข้อ เฉียบพลัน หรือเรื้อรังก็ได้ ต้องนึกถึงเสมอในกรณีผู้สูงอายุ ผู้ที่มี โรคเบาหวาน โรคตับ โรคมะเร็ง หรือ กินยากดภูมิต้านทาน เช่น สเตียรอยด์ เนื่องจากถ้ารักษาช้า หรือไม่ได้รับยาฆ่าเชื้อ (antibiotic) ที่เหมาะสมอาจทำให้เชื้อกระจายจนเสียชีวิตได้
ไม่ต้อง..ทนทรมานจากอาการปวดด้วย เทคโนโลยีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม โดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ ทีมวิสัญญีแพทย์ และทีมนักายภาพบำบัดที่พร้อมดูแลระหว่างผ่าตัด และหลังการผ่าตัด ไม่ต้องผ่าตัดแก้ไขใหม่ ข้อเข่าเทียม มีความทนทานสามารถใช้งานได้ตลอดชีวิต
ในปัจจุบัน การผ่าตัดมีความปลอดภัยมากขึ้นใช้คอมพิวเตอร์ มาช่วยในการผ่าตัด ทำให้มีความเที่ยงตรงในการจัดมุมของกระดูก อีกทั้งยังมีการใช้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายสูง หรือเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็ก(MIS) ทำให้หลังการผ่าตัดฟื้นตัวได้เร็ว เจ็บปวดน้อยลง แก้ปัญหาการผิดรูป ความไม่มั่นคงขอข้อ และข้อเข่าเทียมก็มีการใช้งานได้ดีมีความทนทาน ไม่ต้องกังวลกับการต้องถูกผ่าตัดซ้ำ
ข้อเข่าเสื่อมเกิดจากอะไร
ข้อเข่าเสื่อมส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ อีกส่วนหนึ่งอาจเกิดจากอุบัติเหตุ หรือมีโรคของไขข้อ เช่น รูมาตอยด์ หรือเก๊าท์
อาการที่บอกว่า..ข้อเข่าเสื่อม หรือไม่..?
- ปวด ตึง หรือขัดในข้อ ระยะแรกมีอาการ หลังจากใช้งานข้อเข่านานๆ เช่น เมื่อยืนนาน แต่พอได้พักอาการจะดีขึ้น ระยะหลังจะมีอาการปวดตลอดเวลา พักแล้วก็ไม่หาย
- สูญเสียการเคลื่อนไหว เหยียด หรืองอข้อได้น้อยลง มีอาการเหยียดไม่สุด
- สูญเสียความมั่นคงขอข้อ
- ข้อเข่าผิดรูป พบมีขาโก่งออก หรือโก่งเข้า หรืองอ
เข่าเสื่อม รักษาอย่างไร..? จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย หรือไม่
การรักษาในเบื้องต้นแพทย์จะรักษาโดยการชะลอการเสื่อมของข้อ ให้ลดและควบคุมน้ำหนัก ลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ให้ทำกายภาพบำบัด ใช้อุปกรณ์ช่วยประคองข้อเข่า หรืออุปกรณ์ช่วยในการเดิน ฉีดยาชาเฉพาะที่ หรือฉีดสารหล่อลื่นเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่บางรายจะมีอาการดีขึ้น
แต่ถ้ามีอาปวดมากขึ้น จนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ข้อผิดรูปมากไม่มีความมั่นคงใช้ยาแก้ปวด และรักษาด้วยวิธีการต่างๆ แล้วไม่ได้ผล การผ่าตัดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดอาการปวดและไม่ผิดรูป สามารถเคลื่อนไหวได้ดี โดยไม่มีอาการปวด
การผ่าตัดรักษาโรคข้อเสื่อม มีกี่วิธี
- ผ่าตัดเพื่อจัดมุมกระดูกใหม่ หรือทำความสะอาดผิวบริเวณข้อที่เสื่อมให้ดีขึ้น โดยการส่องกล้อง
- ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ทำได้ทั้งด้านเดียว หรือสองด้าน
แพทย์จะตัดสินใจผ่าตัดเมื่อได้ทำการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ แล้วไม่ได้ผล เพราะส่วนใหญ่ ภาวะข้อเสื่อมมักพบบ่อยในผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีโรคประจำตัวที่ต้องเฝ้าระวัง
อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัย4 ที่สำคัญสำหรับชีวิตทุกชีวิต อาหารของแต่ละชนชาติ หรือ ศาสนา ล้วนมีความสำคัญและ มีความจำเป็นต้องยึดปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลัก สำหรับอาหารอิสลาม หลายคนอาจเข้าใจว่าแค่ไม่มีหมูเท่านั้นก็สามารถรับประทานได้ แต่ความจริงมีความสำคัญ และมีข้อพึงปฏิบัติมากกว่าที่หลายคนเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นภาชนะที่ใช้ในการปรุง ที่เคยใช้ปรุงอาหารที่มีหมูมาแล้ว ถึงจะล้างให้สะอาดก็ไม่สามารถนำมาใช้ในการปรุงอาหารอิสลามได้
การดูแลเรื่องโภชนาการกับผู้ป่วย หรือ ผู้ใช้บริการของ ร.พ.สินแพทย์ นอกจากเน้นให้ได้รับอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนบำบัดแล้ว การดูแลจัดเตรียมอาหารอิสลาม ของ ร.พ.สินแพทย์ สำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ โดยเริ่มตั้งแต่ การจัดซื้อวัตถุดิบที่ใช้ในการปรุงอาหาร จะคัดสรรจากร้านที่ประกอบการโดยชาวมุสลิมเท่านั้น
ในขั้นตอนการเตรียมจะมีการล้างทำความสะอาดวัตถุดิบ โดยมีการล้างให้ถูกต้องตามหลักศาสนา ถ้าเป็นเนื้อสัตว์จะต้องล้างเลือดที่อยู่ในเนื้อให้หมด และล้างครั้งสุดท้ายด้วยการราดน้ำลงบนเนื้อสัตว์ซึ่งรองด้วยภาชนะที่น้ำสามารถไหลออกได้ มีการแยกพื้นที่ชัดเจนจากครัวอาหารทั่วไป แยกภาชนะในการปรุง ภาชนะในการจัดอาหาร แยกล้าง และแยกเก็บ
โดยจะยึดตามหลักปฏิบัติของศาสนาอิสลาม ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ป่วยที่นับถือศาสนาอิสลาม ได้รับความสะดวก สบายใจ ในการเลือกรับประทานอาหารที่ทาง ร.พ.สินแพทย์ จัดเตรียมไว้ให้บริการ
หากท่านจำเป็นต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อรับอาหารอิสลามจากแผนกโภชนาการ ของโรงพยาบาลสินแพทย์ ได้ทุกวัน
ปรารถนาให้ท่านมีสุขภาพที่ดี แผนกโภชนาการ ์โรงพยาบาลสินแพทย์
ปลอดภัยอุ่นใจมั่นใจ ร.พ.สินแพทย์ SAFETY FIRST
"ปลอภัยไว้ก่อน" หรือ "Safety First" เป็นสโลแกน หรือ คำขวัญหนึ่งที่ฮิตติดปากของพวกเราทุกคนมาช้านาน แต่ส่วนใหญ่เรามักจะเข้าใจและเห็นกันบ่อยๆ ในแวดวงของกิจการโรงงานอุตสาหกรรม
มาตรการความปลอดภัยเกี่ยงข้องกับสถานบริการด้านสุขภาพ เช่น โรงพยาบาลหรือไม่อย่างไร สำหรับร.พ.สินแพทย์ในฐานะผู้บริการด้านการดูแลสุขภาพ ได้มองเห็นความสำคัญของความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งสำหรับผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาล พนักงานของโรงพยาบาล ชุมชน และสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโรงพยาบาล โดยมาตรการที่ปฏิบัติอยู่และยกตัวอย่างประกอบต่อไปนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบางมาตรการเท่านั้น ที่เหลือยังมีในรายละเอียดอีกมาก จะเก็บไว้เล่าสู่กันฟังในฉบับหน้า
ความปลอดภัยทางด้านอัคคีภัย
เนื่องจาก ร.พ.สินแพทย์ เป็น ร.พ.ที่มีอาคารของร.พ.สูงถึง 17 ชั้น จึงได้มีการเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ สำหรับการเฝ้าระวังการเกิดเหตุดังกล่าว โดยพนักงานทุกคนของร.พ. จะต้องได้รับการอบรมป้องกันอัคคีภัย ทั้งภายในหน่วยงาน และจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ที่มาร่วมในความรู้
และพัฒนาทักษะของเจ้าหน้าที่อยู่เสมอเป็นประจำทุกปี ที่ผ่านมามีการซักซ้อมคล้ายการเกิดเหตุการณ์จริงโดยได้ประสานความร่วมมือไปกับสถานีตำรวจดับเพลิงบางชัน เพื่อจะเป็นการทดสอบดูว่าเจ้าหน้าที่ของเรามีความพร้อมมากเพียงใด สถานที่ของ ร.พ. เอื้ออำนวยความสะดวกในการ เข้า-ออก ของรถดับเพลิงหรือไม่ รวมถึงประเมินลักษณะของหัวจ่ายน้ำที่มีอยู่นั้นมีขนาดเหมาะสมและสามารถต่อเข้าไปกับท่อฉีดน้ำของรถดับเพลิงหรือไม่
จากภาพที่เห็นและสิ่งที่เล่ามาเบื้องต้นนั้น เป็นสิ่งที่พนักงานทุกคนของ ร.พ.สินแพทย์ ให้ความสำคัญและตระหนักอยู่เสมอ แม้จุดเล็กๆ ภายในหน่วยงาน ก็มีการติดตั้งถังดับเพลิงทุกจุด พร้อมมีการตรวจสอบสภาพของถังให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ มีการซักซ้อมและฝึกใช้งานกันเป็นประจำ
มีการกำหนดประเภทของสารเคมีของถังดับเพลิงในแต่ละจุด ให้เหมาะสมกับสถานที่ รวมถึงติดตั้งไว้ในตำแหน่งที่ความสูงเหมาะสม สะดวกต่อการหยิบใช้งาน อีกทั้งยังมีแผนการช่วยเหลือกันในระหว่างหน่วยงานที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุด้วย
นอกจากความปลอดภัยทางด้านอัคคีภัยแล้ว แถมท้ายอีก 1 เรื่อง คือ ความปลอดภัยทางด้านสถานที่ของ ร.พ. ขอเล่าให้ฟังในความใส่ใจที่จุดเล็กๆ ที่ร.พ.สินแพทย์ไม่ได้มองข้ามบริเวณทางเคลื่อนย้ายผู้ป่วยระหว่างอาคาร1 และอาคาร2 ซึ่งเราพบว่าผู้ป่วยไม่สุขสบาย หรือได้รับการกระเทือนในระหว่างการเคลื่อนย้าย ทางร.พ. จึงได้มีการปรับพื้นทางเชื่อมระหว่างอาคาร
โดยปูวัสดุที่พื้นผิวหน้าทางเดินช่วยลดการกระแทกกระเทือน ช่วยให้ผู้ป่วยสุขสบายและมีความปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนั้นบริเวณที่ตรวจผู้ป่วยเด็กอาคาร1 ชั้น2 ที่มีบันไดเลื่อนมาช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วแล้วนั้น เราได้มองถึงการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กเล็กๆ ไว้ด้วย เพราะเราเข้าใจว่าเด็กส่วนใหญ่ชอบ และสนุกกับการได้วิ่งขึ้น-ลงบันไดเลื่อน ทางโรงพยาบาลจึงได้ทำแผงกั้นและกำหนดทางเข้าออกอย่างเป็นระบบ เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เด็กขึ้น-ลง บันไดเลื่อนโดยลำพังได้ง่าย เพราะอุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้เสมอ
ความปลอดภัยเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ถือเป็นอีกหนึ่งของความตั้งใจ
และมุ่งมั่นของ
ร.พ.สินแพทย์ ที่พร้อมจะดูแลคุณ และคนที่คุณรักด้วยความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดอย่างดีที่สุด
